บลึกซึ้งและยึดมั่นเหมือนหมึกที่ไม่ละลาย
“เป่าหนิง” เขาเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “ขอเพียงในใจเจ้ามีข้า ต่อให้เจ้าเป็นฮองเฮา ข้าก็จะปกป้องเจ้าเหมือนเดิม”
หรือว่าชาติก่อนเขาคิดว่าในใจนางมีเขาอย่างนั้นหรือ?
เจียงเซี่ยนตั้งใจขึ้นมาทันที และเอ่ยว่า “หากในใจข้าไม่มีเจ้าล่ะ? เจ้าจะไม่ปกป้องความปลอดภัยของข้าหรือ?”
หลี่เชียนเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับครุ่นคิดเรื่องที่นางเอ่ย แล้วก็เหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง เอ่ยกับเจียงเซี่ยนอย่างจริงจังว่า “หากในใจเจ้าไม่มีข้า ข้าจะคิดหาทางทำให้ในใจเจ้ามีข้า สุดท้ายข้าก็ยังจะส่งคนไปปกป้องเจ้าอยู่ดี”
เจียงเซี่ยนอึ้งไป
หลี่เชียนกอดเจียงเซี่ยนเอาไว้แล้วเอ่ยว่า “เอาล่ะ ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นแล้ว ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าและจะดูแลเจ้าตลอดไป พวกเรานอนเถอะ! พรุ่งนี้ยังต้องกลับไปเยี่ยมญาติที่บ้านของเจ้าและพบท่านพี่แต่เช้าอีก”
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “อืม” ในใจปะปนไปด้วยหลากหลายความรู้สึกจนบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร ทว่าตอนที่ออกห่างจากอกของหลี่เชียน นางกลับพบว่าหูของหลี่เชียนแดงก่ำ ราวกับถูกไฟแผดเผา
นางกระวนกระวายใจ
ประโยคเมื่อครู่…คงเป็นความในใจของหลี่เชียนกระมัง?
เช่นนั้นนางสามารถสันนิษฐานได้หรือไม่ว่า…หลี่เชียนในชาติก่อนก็คิดแบบนี้?
เจียงเซี่ยนร้อนผะผ่าวไปทั่วทั้งร่าง
นางผลักหลี่เชียนออก และใช้ผ้าห่มพันตนเองเป็นดักแด้ แล้วหลับตาพลางเอ่ยกับหลี่เชียนว่า “ข้าจะนอนแล้ว” และก็ไม่สนใจเขา