แต่ตระกูลเซ่าไม่เคยสนิทสนมกับตระกูลเจียง จะไปขอร้องคนอื่นเมื่อเกิดเหตุการณ์คับขัน เรื่องนี้พูดอย่างไร ก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่
เซ่ารุ่ยนึกขึ้นได้ว่า เขาจำเป็นต้องให้หลี่ฉางชิงช่วยเป็นคนกลางให้
เขาไม่ควรไปจากตระกูลหลี่แบบนี้
และไม่ควรให้เซ่าเจียงรีบไปอวี๋หลิน
เรื่องราวเกิดขึ้นแล้ว ที่เรือนก็ไม่ใช่ว่าไม่มีคนที่สามารถจัดการปัญหาที่จะตามมาในภายหลังได้ เขาให้เซ่าเจียงรีบกลับไปก่อน เพียงเพราะอยากให้ลูกชายมีประสบการณ์มากขึ้น เติบโตเร็วหน่อย จะได้รับภารกิจคนเดียวได้อย่างเร็วที่สุด หากสูญเสียโอกาสแบบนี้ไป ก็สู้รั้งเซ่าเจียงไว้ข้างกายและไปตระกูลหลี่กับเขาดีกว่า เซ่าเจียงกับหลี่เชียนอายุเท่ากัน เรื่องบางเรื่องก็สามารถให้เซ่าเจียงลองหยั่งเชิงหลี่เชียนได้ กระทั่งผูกสัมพันธ์เป็นตระกูลที่สนิทสนมกันจนเหมือนเป็นคนในครอบครัวกับตระกูลหลี่ผ่านเรื่องนี้…พอคิดถึงตรงนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองเซ่าหยางลูกชายคนรอง
หากลูกคนนี้ได้เรื่องได้ราวสักหน่อย และช่วยเขาได้ก็คงดี
ลูกชายคนโตกลับไปจัดการคนที่แหกด่าน ลูกชายคนรองตามเขาไปพบหลี่เชียน…เสียดายที่ลูกคนนี้ไม่ได้เรื่องได้ราวเกินไป ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องช่วยแบ่งเบาภาระ แค่ไม่ถ่วงแข้งถ่วงขาเขา เขาก็อมิตตาพุทธและขอบคุณฟ้าดินแล้ว!
เขาตะโกนเสียงดังว่า “พวกเรากลับไท่หยวน!”
สีหน้าของผู้ติดตามต่างฉายแววไม่เข้าใจ
แต่เซ่ารุ่ยกลับขี้เกียจที่จะอธิบาย เขาเฆี่ยนม้า หันหัว แล