องเก่าที่บ้านของนางส่งต่อให้ลูกสาวไม่ส่งต่อให้ลูกชาย หากมีลูกสาว ก็จะมอบกำไลนี้ให้ลูกสาว เสียดายที่พวกเราไม่มีลูกสาว ของชิ้นนี้จึงเก็บไว้ให้ภรรยาของจงเฉวียน ข้าก็เก็บเอาไว้สิบกว่าปีแล้ว เวลานี้ก็มอบให้ท่านตามความต้องการของแม่จงเฉวียนแล้วกัน! ขอให้ท่านหญิงโปรดอย่ารังเกียจ”
เจียงเซี่ยนอึ้งไป
นางคิดไม่ถึงว่าผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว หลี่ฉางชิงยังคงคิดถึงแม่แท้ๆ ของหลี่เชียนอยู่ตลอดเวลา
มิน่าเล่าชาติก่อนเขาถึงได้ลาออกเร็วขนาดนั้น
เขาคงจะหลีกทางให้หลี่เชียนกระมัง?
เจียงเซี่ยนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคารพเขา
นางจึงคุกเข่าคำนับเก้าอี้ไท่ซือที่ว่างเปล่าอีกสามครั้ง แล้วถึงจะรับกำไลหยกที่แม่แท้ๆ ของหลี่เชียนทิ้งเอาไว้คู่นั้นด้วยสองมือ และเอ่ยอย่างจริงใจว่า “ท่านพ่อ ข้าจะเก็บรักษาและดูแลของที่ท่านแม่ทิ้งเอาไว้ให้ข้าอย่างดี”
หลี่ฉางชิงหัวเราะ ดูออกว่าดีใจมาก และเอ่ยว่า “จะเก็บรักษาและดูแลหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือต้องส่งต่อกำไลนี้ต่อไป”
ความนัยที่แฝงในนั้นคือ ให้พวกเขารีบสืบทอดสายเลือดของบรรพบุรุษ
คนส่วนใหญ่ต่างก็ฟังเข้าใจ
บางคนแอบซุบซิบกัน บางคนเอ่ยเสียงเบาอย่างหวังดีว่า “ใต้เท้าหลี่ใจร้อนจะอุ้มหลานแล้วนี่นา!”
เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังไปทั่วห้อง
หน้าของเจียงเซี่ยนร้อนผะผ่าว
ตระกูลที่สร้างความดีความชอบต่อแคว้นอย่างใหญ่หลวงในเมืองหลวงนั้น ลูกสะใภ้แทบจะไม่คุยกับพ่อสามี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการพูดออกม