“ไม่ต้อง!” เจียงเซี่ยนลุกขึ้นห้ามเขา “มีแสง”
เมื่อก่อนนางนอนบนเตียงไม้สีทองที่กว้างใหญ่คนเดียว บางครั้งจะรู้สึกกลัว จึงจำเป็นต้องจุดโคมไฟ
เวลานี้มีคนอยู่ข้างกายคนหนึ่ง จะจุดโคมไฟหรือไม่ก็แลดูไม่สำคัญขนาดนั้นแล้ว
แต่หลี่เชียนกลับฉวยโอกาสจับมือของนาง และหัวเราะเบาๆ พลางเอ่ยว่า “ดูเหมือนพวกเรายังต้องปรับตัวเข้าหากันจริงๆ”
เขานอนไม่ชอบจุดโคมไฟ
เจียงเซี่ยนเม้มปากยิ้ม
นี่ถือว่ารู้จักกันง่ายเข้ากันได้ยากหรือไม่?
นางอยากดึงมือกลับไป
แต่หลี่เชียนกลับจับมือของนางแน่นขึ้น
เจียงเซี่ยนดึงสองสามครั้งก็ไม่ได้ดังใจ จึงจำต้องตามใจเขา
ทว่าเขากลับใช้นิ้วหัวแม่มือลูบกลางฝ่ามือของนางอย่างแผ่วเบา เหมือนอยากจะจดจำริ้วรอยทั้งหมดบนฝ่ามือของนางให้แม่น ทำให้นางหน้าร้อนผะผ่าว แต่ในใจก็กลับเหมือนมีขนนกปัดผ่านไป และจั๊กจี้
“หยุดได้แล้ว!” เจียงเซี่ยนอยากดึงมือออกมาอีกครั้ง
หลี่เชียนไม่เชื่อฟัง และออกแรงดึงนาง จนเกือบจะดึงนางเข้าไปในอ้อมกอดของเขา
เจียงเซี่ยนจ้องเขาตาโต
หลี่เชียนยิ้มอย่างรู้สึกผิด ทว่าไม่ปล่อยมือ
เจียงเซี่ยนก็นึกถึงความหน้าด้านของคนๆ นี้ในชาติก่อน
ก็เป็นแบบนี้เช่นกัน ไม่ว่านางจะเยาะเย้ยและเสียดสีอย่างไร ดูถูกและเมินเฉยอย่างไร เขาก็จะทำอย่างที่เคยทำมาตลอด จนนางหมดอารมณ์
เดิมทีเขาเป็นขุนนางใหญ่ที่ปกครองมณฑลต่างๆ ผ่านอะไรมามากมาย จนทำได้ทุกอย่าง จึงไม่อาจตำหนิได้มากนักเช่นกัน
ทว่าเวลานี้เขาเป็นเพียงค