นดวงดาว
ทำให้เขาใจเต้น
เขาอดไม่ได้ที่จะดึงมือของเจียงเซี่ยน และเอ่ยเสียงเบาว่า “ดึกแล้ว พวกเราก็รีบนอนเถอะ! มีเรื่องอะไร พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
เจียงเซี่ยนเห็นสายตาของเขาแวววาว เหมือนมีกองไฟลุกไหม้อยู่ในดวงตา ก็รู้สึกไม่สบายใจมาก และอดไม่ได้ที่เอ่ยเสียงเบาว่า “คืน…คืนนี้เจ้าจะนอนที่นี่จริงๆ หรือ?”
“แน่นอน!” หลี่เชียนตอบอย่างเด็ดขาด “พวกเราแต่งงานกันแล้ว พวกเราย่อมต้องอยู่ด้วยกัน”
เจียงเซี่ยนหน้าแดง และนึกถึงชาติก่อนมีครั้งหนึ่งที่หลี่เชียนมาเข้าเฝ้านางที่เมืองหลวงด้วยเรื่องที่กานซู่เพิ่มทหาร นางเป็นหวัดพอดี จึงเลื่อนการพบกันในวันนั้นไปหลังจากนั้นสองสามวัน ปรากฏว่าหลี่เชียนยืนกรานที่จะพบนาง นางไม่อยากทะเลาะเรื่องข้อราชการกับเขา จึงบอกเขาอย่างชัดเจน แต่หลี่เชียนกลับบอกนางว่า เพียงแค่อยากมาเยี่ยม และจะไม่เอ่ยถึงเรื่องที่กานซู่เพิ่มทหารเด็ดขาด นางใจอ่อนง่ายเวลาป่วยมาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ที่นางช่วยหลี่เชียนหลายครั้งก็ล้วนเป็นเพราะอ่านสาส์นของหลี่เชียนตอนที่ป่วยทั้งนั้น หลี่เชียนก็น่าจะรู้อยู่บ้างเช่นกัน นางจึงเกลียดเรื่องที่เขาอยากพบนางมาก เฉาเซวียนไม่รู้เบื้องหลัง และออกหน้าเตือนนางว่า หลี่เชียนก็รักษามารยาทของเจ้านายกับขุนนางอย่างเคร่งครัดเช่นกัน ไม่รู้อย่างเด็ดขาดว่านางไม่สบายเล็กน้อยแต่กลับไม่มาเยี่ยม หากนางปฏิเสธการเยี่ยมของเขา เกรงว่าจะทำให้ในราชสำนักเดาว่านางไม่พอใจหลี่เชียน และไม่เป็