ามรู้มากไม่ได้ด้วยซ้ำ
ในสายตาของฮูหยินหลี่เจือความเห็นใจเล็กน้อย
เวลานี้ฮูหยินเหอก็เข้าใจแล้วเช่นกัน
นางหน้าซีดทันที เหงื่อตกบนหน้าผากตลอด
มีสาวใช้ที่อายุสิบห้าสิบหกปีคนหนึ่งใจกล้าเข้ามาพยุงนาง และถามนางเสียงเบาว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ฮูหยินเหอยังคงโบกมือส่งสัญญาณว่าตนเองไม่เป็นไร แล้วฝืนทำจิตใจให้สดชื่นขึ้นและยิ้มพลางขอบคุณเจียงเซี่ยนอีกครั้ง
เจียงเซี่ยนยิ้มและเอ่ยอย่างเกรงใจอยู่พักหนึ่ง ก็ให้ชีกูส่งฮูหยินเหอออกไป “ท่านน่าจะยังมีงานเลี้ยงอีกใช่หรือไม่? ทางข้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว หากมีอะไรต้องการให้ฮูหยินช่วย จะให้สาวใช้ไปเชิญท่าน”
ฮูหยินเหอพยักหน้า และจากไปด้วยสีหน้าเศร้าหมอง
ฮูหยินหลี่ถอนหายใจยาวและโล่งอกเหมือนยกภูเขาออกจากอก แล้วก็ลุกขึ้นบอกลาด้วยเช่นกัน “ท่านหญิงพักก่อนสักครู่เถอะ! ดูเวลาแม่ทัพหลี่น่าจะใกล้กลับมาแล้ว ข้าก็ต้องไปพักผ่อนแล้วเช่นกัน พรุ่งนี้ท่านหญิงอย่าลืมตื่นไปยกน้ำชาใต้เท้าหลี่เช้าหน่อยนะเจ้าคะ”
ตามหลัก หากเลยยามจื่อแล้วผู้ชายที่เพิ่งแต่งงานยังไม่เข้าห้อง ก็ต้องพักที่อื่น พรุ่งนี้สามีภรรยาค่อยนอนห้องเดียวกัน ฮูหยินหลี่เห็นหลี่เชียนเอื่อยเฉื่อยเช่นนั้น ก็คิดว่าหลี่เชียนจะต้องรีบกลับห้องหอตอนยามจื่ออย่างแน่นอน ดังนั้นถึงได้เอ่ยเช่นนี้
เจียงเซี่ยนอดไม่ได้ที่จะหน้าแดงเล็กน้อยด้วยความเขินอาย แล้วลุกขึ้นยืน สั่งให้ชีกูส่งแขก
ฮูหยินหลี่ยิ้มและออกไปจากห้องหอ
ในห้องไม่มีคนอื่น