ฮูหยินหลี่ประคองเจียงเซี่ยนให้คุกเข่าลงบนเบาะรองนั่งทรงกลมที่ทำจากธูปฤาษีตรงหน้า เจียงเซี่ยนคุกเข่าคำนับเจียงเจิ้นหยวนกับฮูหยินฝางอย่างเคารพนบนอบสามครั้ง เหมือนอยากผสมความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อสามีภรรยาสกุลเจียงในช่วงหลายปีนี้เข้าไปในนั้นให้หมด
แน่นอนว่าเจียงเจิ้นหยวนกับฮูหยินฝางย่อมรู้สึกได้
ขอบตาของทั้งสองคนต่างชื้นเล็กน้อย รับการคารวะจากเจียงเซี่ยนแล้วก็กำชับตามมารยาทประมาณว่า “ถือการเชื่อฟังเป็นหลักการ อย่าลืมจริงจังและเคารพ” แล้วฮูหยินหลี่ก็เข้าไปคลุมผ้าคลุมหน้าให้เจียงเซี่ยน และสตรีที่คอยดูแลเจ้าสาวในพิธีแต่งงานของตระกูลหลี่ก็พยุงให้เดินออกไปจากห้องโถง
พวกฮูหยินฝางกับไป๋ซู่ต่างก็ร้องไห้ออกมา
เจียงเซี่ยนอยากหันกลับไปมองสักครั้ง ทว่าสิ่งที่ดวงตามองเห็นกลับเต็มไปด้วยสีแดงสด ฮูหยินหลี่ก็หัวเราะเบาๆ และเอ่ยจากข้างๆ ว่า “ท่านหญิง ฮูหยินกำลังอาลัยอาวรณ์ท่าน ต่อไปท่านก็กตัญญูต่อฮูหยินให้มากแล้วกัน”
หากไม่ทันฤกษ์จะแย่
เจียงเซี่ยนอยากคุกเข่าคำนับเจียงเจิ้นหยวนกับฮูหยินฝางอีกครั้งมาก
แต่เสียงของเจียงลวี่กลับดังขึ้นข้างหูนาง “เป่าหนิง พี่จะแบกเจ้าขึ้นเกี้ยว!”
น้ำตาของเจียงเซี่ยนร่วงลงมาอีกครั้ง
คนที่อยู่ข้างๆ ช่วยให้นางซบลงบนหลังของเจียงลวี่
เจียงลวี่แบกนางขึ้นเกี้ยวอย่างมั่นคง
ท่ามกลางเสียงประทัด ตามด้วยเสียงฆ้องและกลองที่ดังขึ้น เกี้ยวก็ถูกยกขึ้น
นางออกจากกองบัญชาการต้าถงอย่างหนักแน่น
นอ