กเกี้ยวเป็นเสียงโหวกเหวกของคนที่ดังอึกทึกครึกโครม
น่าจะมีคนกำลังดูความคึกคักเยอะมากกระมัง!
เจียงเซี่ยนคิดแล้วก็ยับยั้งไม่ให้ตนเองเลิกม่านเกี้ยวขึ้นอย่างยากลำบาก
เสียงประทัด เสียงฆ้องกับกลอง เสียงโหวกเหวกของคน ติดตามเกี้ยวเจ้าสาวของนางมาตลอด จนกระทั่งเกือบหนึ่งชั่วยามหลังจากนั้น เกี้ยวเจ้าสาวออกจากประตูเมืองแล้ว เสียงเหล่านั้นถึงจะค่อยๆ ห่างออกไป
เจียงเซี่ยนโล่งอก
เกี้ยวมุ่งไปข้างหน้าต่อ
เจียงเซี่ยนง่วงนอนมาก
นางนึกถึงคำพูดของท่านป้าสะใภ้ใหญ่ก่อนที่จะขึ้นเกี้ยว บอกว่าออกจากประตูเมืองแล้วก็สามารถถอดผ้าคลุมหน้าได้ชั่วคราว ไว้ตอนที่จะลงจากเกี้ยวค่อยคลุม
เวลานี้ออกจากประตูเมืองแล้ว
บนศีรษะนางยังสวมมงกุฎหงส์ของเจ้าสาวอยู่ จึงดึงผ้าคลุมหน้าลงอย่างระมัดระวังมาก
ไม่ต้องถูกขังอยู่ระหว่างพื้นที่หนึ่งตารางนิ้วที่เล็กมาก เจียงเซี่ยนก็โล่งใจ พอมองไปรอบด้าน ถึงพบว่าใต้ที่นั่งของเกี้ยวยัดหมอนอิงใบใหญ่เอาไว้หลายใบ
เจียงเซี่ยนดีใจมาก และดึงหมอนอิงออกมารองตรงเอว
เสียงของชีกูดังมาจากนอกเกี้ยว “ท่านหญิง ไม่อย่างนั้นท่านนอนพักในเกี้ยวสักครู่ ยังอีกสองชั่วยามกว่าพวกเราจะถึงจุดแวะพักระหว่างทางเจ้าค่ะ!”
เจียงเซี่ยนกำลังง่วงมากและสัปหงกตลอด พอได้ยินจึงรู้สึกดีใจ นางเอ่ยเบาๆ ว่า “อืม” และเอนหลังลงท่ามกลางหมอนอิงใบใหญ่หลายใบ แล้วก็หลับไปแบบนั้น
กว่านางจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เกี้ยวก็จอดแล้ว ชีกูถามนางจากข้างเกี้