และมีความสามารถ!”
ทำไมฮูหยินฝางจะดูไม่ออกว่าฮูหยินฉีกำลังอยากสร้างบรรยากาศขึ้นมา ดังนั้นจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าก็ตามใจนางไปเถอะ! ไว้วันไหนลูกเขยมาขอความเห็นจากเจ้าถึงจวน ข้าจะดูว่าเจ้าจะทำอย่างไร?”
“ก็ยังมีท่านกับเจิ้นกั๋วกงไม่ใช่หรือ?” ฮูหยินฉีเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วยว่า “แล้วข้าจะกลัวอะไร!”
ทุกคนหัวเราะเสียงดัง
เจียงเซี่ยนก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
ความกลัดกลุ้มอันน้อยนิดในใจนั้นถูกกดลงไปยังก้นบึ้งของหัวใจแล้ว
มีแม่บ้านวิ่งเข้ามาอย่างหอบหายใจหนัก และเอ่ยติดกันหลายครั้งว่า “เกี้ยวเจ้าสาวของตระกูลหลี่มาถึงแล้วเจ้าค่ะ เกี้ยวเจ้าสาวของตระกูลหลี่มาถึงแล้วเจ้าค่ะ” คนที่อยู่ในห้องบางคนตะโกนว่า “ว้าย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านกั๋วกงน้อยขัดขวางคนไว้ได้หรือไม่” บางคนก็เอ่ยว่า “เร็ว รีบดูการแต่งหน้าของท่านหญิง ทาปากเร็วเข้า เมื่อครู่ตอนที่ท่านหญิงกินบัวลอยลบสีทาปากไปหมดแล้ว” แล้วก็มีบางคนเอ่ยว่า “รีบดูว่าของของท่านหญิงเตรียมพร้อมหมดหรือยัง” …บรรยากาศในห้องโกลาหลและเต็มไปด้วยความสุขทันที
แต่ไป๋ซู่กลับจับมือของเจียงเซี่ยนแน่น มองเจียงเซี่ยนด้วยดวงตาที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มอวยพร และเอ่ยเสียงใสว่า “เป่าหนิง ใต้เท้าหลี่ชอบเจ้าขนาดนั้น ต่อไปเขาจะต้องดีกับเจ้าอย่างแน่นอน เจ้าไม่ต้องกังวล เจ้าจะใช้ชีวิตอยู่ข้างกายเขาอย่างสุขสบาย!”
น้ำเสียงของนางหนักแน่นมาก ทว่าเจียงเซี่ยนที่รู้จักนางเป็นอย่างดีกลับรู้ว่า นี่เ