พียงแต่ไม่รู้ว่าอยากหยั่งเชิงความจงรักภักดีที่เขามีต่อตระกูลเจียงหรือหยั่งเชิงมุมมองของเขาต่อเรื่องนี้
ไม่รู้ว่าเมื่อไรตระกูลเจียงถึงจะยอมรับเขาอย่างแท้จริง?
แต่เขาก็หาได้ย่อท้อไม่
หากเขาเป็นเจียงลวี่ เขาก็จะทำแบบนี้เหมือนกัน
เพียงแต่จะไม่ทำอย่างตรงไปตรงมาเหมือนเจียงลวี่เท่านั้นเอง
ในใจหลี่เชียนไม่มีความไม่พอใจ ดังนั้นรอยยิ้มจึงแลดูสงบนิ่งและอ่อนโยน เขาถามว่า “พวกอาจ้านจะตามเจ้าไปส่งตัวเจ้าสาวหรือไม่?”
ก่อนหน้านี้เพราะไม่รู้ว่าพวกหวังจ้านจะมา เจียงเซี่ยนแต่งงาน จึงมีแค่เจียงลวี่กับเจียงหานไปส่งตัวเจ้าสาว ส่วนเจียงจ้งอายุน้อยไปหน่อย กลัวว่าจะเจอโจรระหว่างทางที่ส่งตัวเจ้าสาว และเขาก็เข้าสังคมไม่เป็น จึงให้เขาอยู่ช่วยเจียงเจิ้นหยวนต้อนรับแขกที่ต้าถง
เจียงลวี่เอ่ยว่า “ไม่ พวกเขาไม่ไป ข้ากับอาหานไปเหมือนเดิม”
หลี่เชียนพยักหน้า ทั้งสองคนคุยกันเรื่องสถานการณ์ในเมืองหลวงอีกครู่หนึ่ง พอเห็นว่าสายแล้ว หลี่เชียนจึงลุกขึ้นบอกลา
เจียงลวี่ไปที่เรือนด้านหลัง
เจียงเซี่ยนเก็บของเรียบร้อยแล้ว และกำลังนอนอยู่บนเตียง โดยสาวใช้สองคนที่มาจากนางในกำลังทาของเหนียวๆ สีเขียวที่ไม่รู้ว่าคืออะไรลงบนหน้านาง ดูน่าขยะแขยงมาก
เขาอดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า “นี่เจ้าเป็นอะไรไปอีก? แล้วนี่คืออะไร? พรุ่งนี้เจ้าจะออกเรือนแล้ว อย่าทำให้หน้าพังเชียว ระวังหลี่เชียนจะถอนหมั้นในงาน!”
เจียงเซี่ยนไม่สามารถเอ่ยปากพูดได้ จึงพึมพำเสีย