ันเช่นกัน ทั้งสองคนต่างก็กลายเป็นขุนนางที่มีชื่อเสียง และคนหนึ่งในนั้นยังเข้าสำนักราชเลขาธิการด้วย สำหรับบัณฑิตนั้น ความหิวโหยเป็นเรื่องเล็ก ความหยิ่งในศักดิ์ศรีเป็นเรื่องใหญ่ สยงจวิ้นหรงอาจจะคิดเช่นนี้ ทำให้คนอื่นคิดว่าเขาไม่เพียงแต่เป็นอาจารย์ที่ดี ทว่ายังเป็นอาจารย์ที่ดีที่มีมาดด้วยกระมัง! เพียงแต่น่าเสียดาย ฝ่าบาทอาจจะไม่โปรด!”
หลี่เชียนได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น และเอ่ยว่า “หากสำนักราชเลขาธิการล้มเพียงฝ่ายเดียว จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก”
พวกเจียงลวี่ต่างก็เข้าใจ
เฉาเซวียนเอ่ยว่า “ไม่อย่างนั้น…ข้าเขียนจดหมายให้ไทเฮาสักฉบับ ให้ไทเฮาออกหน้า ทำให้การทะเลาะวิวาทนี้สงบลงอย่างเร็วที่สุด?”
หลี่เชียนพึมพำว่า “ข้าคิดว่าให้ไทฮองไทเฮาออกหน้าจะดีกว่า”
ฮ่องเต้เกรงกลัวเฉาไทเฮา หากเฉาไทเฮาออกหน้า ฮ่องเต้อาจจะคิดว่าเฉาไทเฮาจะก้าวก่ายเขาอีก ใครจะรู้ว่าเขาจะทำอะไร
“เริ่มพูดจากเรื่องงานอภิเษกสมรสของฝ่าบาทจะดีที่สุด” หลี่เชียนเอ่ยต่อว่า “และยังมีอ๋องเจี่ยนไม่ใช่หรือ? เวลานี้เขาก็น่าจะแสดงท่าทีเช่นกันถึงจะถูก”
สยงจวิ้นหรงนั้นจำเป็นต้องเก็บไว้ อย่างดีที่สุดก็ยังสามารถสู้กับวังจี่เต้าได้ นี่เป็นวิธีรักษาสมดุลที่พื้นฐานที่สุด อย่าว่าแต่จ้าวอี้เลย แม้แต่ลูกหลานตระกูลขุนนางอย่างพวกเขาก็รู้เช่นกัน ทว่าจ้าวอี้กลับไม่ใช่คนธรรมดา เขามักจะทำสิ่งที่คนอื่นไม่ทำ และไม่ทำสิ่งที่คนอื่นต่าง