กัน” เติ้งเฉิงลู่ปฏิเสธหลี่เชียนอย่างอ้อมค้อม “ชายหญิงแตกต่างกัน จึงมีโอกาสที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย ข้ายังไม่ไปพบคุณหนูจินดีกว่า ส่วนเรื่องที่คุณหนูจินเจอนั้น หากมีอย่างอื่นที่สามารถช่วยนางได้ แม่ทัพหลี่บอกข้าก็ได้”
เขาไม่กล้าเจอคุณหนูจินจริงๆ
เขากลัวว่าถึงเวลานั้นตอนที่ฮูหยินฝางกลับไปเสนอการแต่งงานให้เขาจะบอกมารดาของเขาว่าเคยเจอคุณหนูจินแล้ว ทำให้มารดาเข้าใจผิดว่าเขาชอบคุณหนูจิน
หลี่เชียนค่อนข้างแปลกใจทีเดียว
เขาคิดว่าเติ้งเฉิงลู่ว่านอนสอนง่ายมากมาโดยตลอด คิดไม่ถึงว่าความว่านอนสอนง่ายนี้ของเติ้งเฉิงลู่จะเพียงแค่การรักษาขีดจำกัดของตนเองเอาไว้ โดยไม่ยอมเดินไปตามกระแส แต่กลับไม่ใช่คนที่ไร้สมอง
มิน่าเล่าตอนนั้นถึงมีแต่เขาที่เปิดโปงจินเซียว!
ทำไมคนที่รายล้อมอยู่ข้างกายเจียงเซี่ยนถึงมักจะเป็นคนแบบเติ้งเฉิงลู่นะ?
หลี่เชียนทั้งดีใจและกลุ้มใจ
เขายิ้มพลางขอโทษเติ้งเฉิงลู่ว่า “เป็นเพราะข้าคิดไม่รอบคอบเอง!”
เติ้งเฉิงลู่ยิ้มแล้วก็ให้อภัยหลี่เชียนอย่างใจกว้างมาก โดยเอ่ยว่า “ข้าก็รู้เช่นกันว่าเจ้าหวังดี เพียงแต่ตอนนี้ท่านแม่ยุ่งอยู่กับเรื่องแต่งงานของน้องสาวข้า จึงไม่มีเวลาสนใจไปชั่วขณะเท่านั้น”
หลี่เชียนยิ้มพลางพยักหน้า และไม่เอ่ยเรื่องนี้อีก แต่คุยกับเขาอีกสองสามคำแล้วหันไปเรียกทุกคนให้นั่งประจำที่
ทุกคนไปที่โถงบุปผา
จินย่วนมองพวกเฉาเซวียนผ่านกำแพงที่ฉลุลายท่อนบนข้างโถงบุปผา
ข้างๆ มี