ี่ยงเดิมพันหากพลังมิถึง แม้มีโชคอยู่ตรงหน้า ข้าก็ไร้ทางไขว่คว้ามันได้อยู่ดี!’
ความคิดมากมายพรั่งพรู
ท้ายที่สุด ความคิด “ต้องมั่นคงไว้ก่อน” จึงเป็นฝ่ายควบคุมเขาได้อย่างฉิวเฉียด เขาหยิบยันต์สารเร้นออกมาหนึ่งใบ ใช้พลังเวทจุดไฟแล้วปล่อยมันพุ่งไป ไม่กี่อึดใจให้หลัง แสงทะยานเร้นสายหนึ่งก็พุ่งตรงมาจากขอบฟ้า ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าเขา จากภายในแสงนั้น ปรากฏร่างชายหนุ่มในอาภรณ์สง่างามแบบนักปราชญ์ ก้าวออกมาช้าๆ
“…สหายหยวนถู?”
ใบหน้าของชายผู้นั้นเต็มไปด้วยความเครียดเขม็ง ผสานความประหลาดใจ ทันทีที่ปรากฏตัว เขาก็จ้องมองลวี่หยางด้วยแววตาระวังระไว
กลับมิกล้าเข้าใกล้แม้ครึ่งก้าว
“ข้าน้อยขอคารวะท่านอาวุโสซั่วฮ่วน”
ลวี่หยางประสานมือ ค้อมกายพลางยิ้มเอ่ยอย่างสุภาพ
“ไม่ทราบว่านัดหมายที่เคยให้ไว้ในแดนนอกยังคงเป็นมั่นเหมือนเดิมหรือไม่? ครั้งนี้ผู้เยาว์มาขอท่านอาวุโสช่วยหลอมสมบัติวิเศษหนึ่งชิ้นให้”
น้ำเสียงของลวี่หยางอ่อนโยน เรียบสงบ ทว่า…สีหน้าของซั่วฮ่วนกลับเคร่งเครียดยิ่งขึ้น
‘แปลกนัก!’
เขามองออกได้โดยง่ายว่า ลวี่หยางเบื้องหน้านี้คือ ร่างแท้ ไม่ใช่ร่างจำแลงจากแดนนอก แต่เหตุใด…เขาถึงกล้าเอาร่างแท้มาหาตน?
‘นี่ไม่ใช่วิถีของนิกายศักดิ์สิทธิ์เลยสักนิด!’
ซั่วฮ่วนเคยพบเจอเล่ห์เหลี่ยมของลวี่หยางในโลกหมื่นยุทธมาแล้ว ทั้งชั้นเชิง ทั้งความสามารถ ล้วนจัดอยู่ในระดับสูง
อีกทั้งยังถ่ายทอดหลักปฏิบัติของนิกายศักดิ์สิทธิ์ได้