้มจนเจียงเซี่ยนเขินอาย ในใจนางก็ซ่อนความลับหนึ่งเอาไว้อีก จึงกัดฟันเรียกไป่เจี๋ยมาเสียเลย และตั้งใจมองไป่เจี๋ย พลางเอ่ยว่า “แม่ทัพบอกว่าคิ้วของเจ้าเหมือนข้า ข้าจะดูว่าเหมือนหรือไม่กันแน่”
ไป่เจี๋ยตกใจแทบตาย สีหน้าซีดเผือด จนยืนไม่ไหวด้วยซ้ำ
นางจะหน้าตาเหมือนท่านหญิงได้อย่างไร?
ยิ่งกว่านั้นยังถูกแม่ทัพหลี่ชมเช่นนี้…โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำเสียงที่ท่านหญิงพูด ทำไมนางฟังแล้วถึงรู้สึกว่าอิจฉาริษยา ท่านหญิงเหมือน…เหมือน…กำลังหึง…
นางไม่รู้ว่ายังจะมีชีวิตรอดเดินออกไปจากห้องนี้ได้หรือไม่
ทว่านางก็ไม่กล้าคุกเข่า และยิ่งไม่กล้าขอความเมตตา
ไม่อย่างนั้นท่านหญิงก็จะได้ชื่อว่า ‘ขี้อิจฉา’ ไม่ใช่หรือ และเช่นนั้นนางก็จะมีแต่หมดอนาคตแล้วจริงๆ
ไป่เจี๋ยยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเหม่อลอย ในสมองว่างเปล่า
กว่าเจียงเซี่ยนจะสังเกตเห็นความผิดปกติของนาง นางก็เหงื่อตกเต็มศีรษะแล้ว
ตอนแรกเจียงเซี่ยนยังแปลกใจเล็กน้อย ทว่าไม่นานนางก็เข้าใจ
นางละอายใจเล็กน้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้
เรื่องนี้เป็นเพราะนางคิดซับซ้อน จึงทำร้ายจิตใจไป่เจี๋ยไปเปล่าๆ
นางรีบยิ้มและเอ่ยว่า “ข้าดูแล้วก็เหมือนนิดหน่อยเช่นกัน คิดไม่ถึงว่าข้างกายข้ายังมีคนที่เหมือนข้าด้วย” แล้วให้คนตกรางวัลให้ไป่เจี๋ยเป็นเงินสองแท่ง และเอ่ยว่า “หายากที่เจ้าจะมีจุดที่เหมือนข้า เอาไปซื้อดอกไม้ประดับผมเถอะ”
ไป่เจี๋ยถอยออกไปอย่างหวาดกลัวจนตัวสั่น จนกระทั่งเดินไปถึงกลางลาน มีลมกล