หน้าตาของชีกูทำเอาสะเทือนใจหลี่เชียนไปครู่หนึ่ง
ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจเล็กน้อย
ทั้งที่ชีกูสามารถมีชื่อเสียงไปทั่วยุทธภพได้ ทว่าเพราะความล้มเหลวในการแต่งงานและการปฏิเสธของโอวอิง จึงเลือกมาพึ่งพาอาศัยตระกูลหลี่และเป็นผู้หญิงของเรือนด้านใน สิ่งที่นางต้องการ…ก็เพียงแค่อยากรู้ว่าพวกตระกูลที่มีเงินและอิทธิพลใช้ชีวิตอย่างไร แล้วนางสู้พวกนายหญิงกับคุณหนูจากตระกูลที่มีเงินและอิทธิพลนั้นไม่ได้ตรงไหน
เขานึกถึงตอนนั้นที่เขาไปจับชู้ที่ตรอกใต้เท้าเจิ้งเป็นเพื่อนเจียงเซี่ยน ทั้งที่นางรู้ความจริงของเรื่องราวแล้ว กลับต้องเห็นด้วยตาตนเองให้ได้ถึงจะตัดใจ…สำหรับเจียงเซี่ยน จ้าวอี้จะเป็นโอวอิงของนางหรือเปล่า?
ดังนั้นตอนที่นางอยู่คนเดียวจึงมักจะเผยสีหน้าเหงาหงอยออกมาโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นนางจึงมักจะไวต่อความรู้สึกของคนอื่น และยอมไม่ทำอะไรทั้งนั้นเพราะกลัวถูกปฏิเสธ…
หลี่เชียนรู้สึกว่าน้ำตาของตนเองกำลังจะร่วงลงมาแล้ว
เขาโบกมือให้ชีกูออกไป แต่ตนเองกลับอดที่จะไปห้องครัวไม่ได้ เขาเฝ้าอยู่ในห้องครัวและให้แม่ครัวทำขนมข้าวที่มีควันกรุ่นๆ กล่องหนึ่ง ห่อด้วยผ้าสักหลาดผืนเล็กที่บุซับใน แล้วแอบไปกองบัญชาการต้าถง
—
เวลานี้เจียงเซี่ยนกำลังพิงหมอนอิงใบใหญ่และให้ไป่เจี๋ยกับเซียงเอ๋อร์หวีผมให้นาง ส่วนนางก็เอ่ยกับฉิงเค่ออย่างจงใจหาเรื่องคุยว่า “มีน้ำแกงสร่างเมาดีๆ หรือไม่? นายท่านของพวกเจ้าดื่มแบบนี้ต่อไป สักวันหนึ่งต้องเมาต