“หอหลิ่วชุ่ยสืบทอดกันมานานมาก เกรงว่าจะดึงตัวมาลำบาก”
หลี่เชียนยิ้มและเอ่ยว่า “ข้าก็ไม่ได้จะเปิดร้านของว่างเสียหน่อย จะดึงตัวมาทำไมเล่า! เจ้าให้คนไปหาผู้ดูแลร้านสาขาที่เมืองหลวงของหอหลิ่วชุ่ย ให้เขาให้คนมาทำของว่างที่บ้านคนหนึ่ง หากเขาไม่ให้ เจ้าก็ไปหาหัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลเจียง”
เซี่ยหยวนซีเอ่ยว่า “หาหัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลเจียง แบบนี้ไม่ดีกระมัง?”
“ไม่ดีตรงไหน!” หลี่เชียนยิ้มและเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วยว่า “ข้าไม่ให้ตระกูลเจียงช่วยเหลือ แล้วคนอื่นก็จะคิดว่าข้าฐานะร่ำรวยกว่าตระกูลเจียงอย่างนั้นหรือ? เวลานี้พวกเราเทียบตระกูลเจียงไม่ได้จริงๆ แล้วต่อไปจะไม่มีวันเทียบตระกูลเจียงได้อย่างนั้นหรือ? ตอนนี้ตระกูลเจียงช่วยเหลือพวกเรา บุญคุณนี้จดจำไว้ในใจ ภายภาคหน้าหากตระกูลเจียงต้องการความช่วยเหลือก็ไม่ต้องเก็บซ่อนไว้ในใจแล้ว”
เซี่ยหยวนซีขานว่า “ขอรับ” อย่างนอบน้อม และอดที่จะมองหลี่เชียนใหม่อีกครั้งไม่ได้
ในใต้หล้าไม่รู้ว่ามีคนตั้งเท่าไรที่วิจารณ์ว่าหลี่เชียนเป็นกระต่ายหมายจันทร์ อาศัยตระกูลของพ่อตาแม่ยายเลื่อนตำแหน่งขุนนางและร่ำรวยขึ้น หากเป็นคนทั่วไป ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟไปตั้งนานแล้ว แต่หลี่เชียนไม่เพียงแต่ไม่โกรธ กลับยอมรับอย่างไม่สะทกสะท้านว่าเวลานี้ตนเองไม่คู่ควรกับเจียงเซี่ยนจริงๆ จะทำอะไร ก็ยังจะให้ตระกูลเจียงช่วยเหลือ บางทีในสายตาของคนอื่น อาจจะรู้สึกว่าหลี่เชียนหน้าด้านและไร้ยางอาย ทว่า