ไม่นาน จึงไม่เคยรู้จักซื่อจื่อจิ้นอันโหว!”
เติ้งเฉิงลู่ได้ยินก็ยิ้มออกมา และเอ่ยว่า “พวกเราก็ถือว่าเติบโตมาด้วยกันเช่นกัน ก่อนหน้านี้ท่านแม่มักจะคิดว่าน้องสาวข้ายังเด็ก อยากหาตระกูลที่จำนวนคนในตระกูลไม่มากนักให้นาง จึงไม่เคยคิดเลยว่าจะให้น้องสาวแต่งไปตระกูลไช่ ถึงแม้ฝ่าบาทจะให้น้องสาวข้าหมั้นกับไช่หยวนเพราะพิโรธไทเฮา แต่ไช่หยวนก็เป็นคนไม่เลว ตระกูลของพวกเราทั้งสองตระกูลก็ถือว่าฐานะใกล้เคียงกันจึงเหมาะสมที่จะแต่งงานกันเช่นกัน ท่านพ่อกับท่านแม่ต่างก็ถือได้ว่าพอใจ หลังจากรับราชโองการ ฮูหยินจิ้นอันโหวก็มาเยี่ยมท่านแม่ถึงจวน แถมยังแอบมอบที่ดินแปลงหนึ่ง บ้านหลังหนึ่ง และร้านค้าสองสามร้านให้ไช่หยวนด้วย ท่านแม่ก็เริ่มเตรียมสินเดิมให้น้องสาวข้าเช่นกัน และปรึกษากับตระกูลไช่ กำหนดวันแต่งงานเป็นวันที่สี่เดือนสามปีหน้าแล้ว”
นั่นก็หมายความว่า ไม่ว่าจะตระกูลเติ้งหรือตระกูลไช่ต่างก็ถือว่าพอใจกับการแต่งงานนี้
หลี่เชียนวางใจแล้ว
เมื่อเป็นเช่นนี้เจียงเซี่ยนก็ปล่อยวางเรื่องนี้ได้แล้วเช่นกัน
ส่วนเจียงเจิ้นหยวนดื่มเหล้าพลางคุยกับเฉาเซวียนเรื่องตั้งฮองเฮา “…เจ้าน่าจะเตือนไทเฮาสักหน่อย ฝ่าบาทว่าราชการด้วยพระองค์เองแล้ว เรื่องบางเรื่องตอนที่ควรปล่อยมือก็ควรปล่อยมือ สู้กับฝ่าบาทแบบนี้ต่อไป จะมีประโยชน์อะไร? กลับทำให้เหล่าขุนนางระดับสูงในราชสำนักแต่ละคนหวาดหวั่นและไม่สบายใจมาก จนมักจะเกิดปัญหายุ่งยาก นี่ไม่ใ