กว่าฮูหยินฝางจะเข้าใจข่าวนี้ได้ก็นานมาก
“นี่มันทำมั่วซั่วไม่ใช่หรือ?” นางเอ่ยอย่างโกรธแค้นว่า “ผู้หญิงแต่งงานเท่ากับเป็นการเกิดใหม่ครั้งที่สอง พวกเขาพระราชทานงานสมรสให้คนอย่างส่งเดชแบบนี้ได้อย่างไร? เกินไปแล้ว! เกินไปแล้ว!”
“ใครว่าไม่ใช่!” เจียงเจิ้นหยวนฝืนยิ้มและเอ่ยว่า “ตอนที่ข้ามา อ๋องเจี่ยนตั้งใจมาเยี่ยมข้าโดยเฉพาะ ข้าคิดว่าเขาจะคุยเรื่องของท่านหญิงชิงอี๋กับข้า จึงสั่งอาหารจากหอฉยงฮวามาเป็นพิเศษโต๊ะหนึ่ง และยังเอาหลีฮวาไป๋[1]ที่ฝ่าบาทพระองค์ก่อนพระราชทานให้ออกมาจากห้องเก็บเหล้าด้วย เดิมทีคิดว่าดื่มเหล้ากับเขา ก็จะได้ทำให้เขาพูดความในใจสักหน่อยเช่นกัน ใครจะรู้ว่าดื่มเหล้าก็แล้ว กินอาหารก็แล้ว เขากลับไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ ตอนที่เดินก็ดูเดินโซเซ เจ้าไม่ได้เห็น เหมือนแก่ไปสิบปีทันที ทำให้คนมองรู้สึกปวดใจมาก”
“อ๋องเจี่ยนก็ไม่พอใจกับการแต่งงานนี้เหมือนกันหรือ?” ฮูหยินฝางตกตะลึง
“เขาเป็นคนฉลาด จะพอใจกับการแต่งงานนี้ได้อย่างไร?” เจียงเจิ้นหยวนพึมพำ “ยังไม่ต้องพูดถึงพวกเรื่องเหลวไหลของฝ่าบาท พูดถึงสามีคนนั้นของตระกูลหาน ปกติตอนที่ไม่มีอะไรก็ดีทุกอย่าง พอเจอเรื่องก็ลนลานจนไม่มีความคิดเป็นของตนเอง เป็นสามีของท่านหญิงที่ว่างงานแน่นอนว่าเรื่องพวกนี้ล้วนเป็นปัญหาเล็กน้อย ทว่าหากเป็นพ่อตาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ปัญหาเล็กน้อยเหล่านี้ก็อาจจะกลายเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ แ