ใช่หรือ”
“ท่านนี่นะ!” ฮูหยินฝางมองเจียงเจิ้นหยวนตาขวางอย่างแสร้งทำเป็นโกรธ และรีบสั่งให้ส่งน้ำแกงสร่างเมาที่ต้มเสร็จนานแล้วไปที่ห้องพักแขกที่พวกเจียงลวี่อยู่ แล้วก็สั่งแม่นมอวี๋อีกว่า “บอกแม่บ้านที่เข้าเวรที่ประตูที่สองว่า ชีกูกลับมาแล้วให้นางแจ้งข้าหน่อย…ไม่รู้เหมือนกันว่าลูกเขยดื่มจนเป็นอย่างไรบ้าง? และมีคนดูแลหรือไม่?”
แม่นมอวี๋ยิ้มและออกจากเรือนไป
เจียงเจิ้นหยวนวางสำเนาเอกสารราชการในมือลง และเอ่ยกับฮูหยินฝางว่า “เจ้าบอกว่า หลี่เชียนจะเป็นพ่อสื่อให้เติ้งเฉิงลู่หรือ?”
“ใช่น่ะสิเจ้าคะ!” ฮูหยินฝางนั่งลงข้างกายเจียงเจิ้นหยวน และเม้มปากยิ้ม พลางเอ่ยว่า “ตอนที่ข้าได้ยินก็ตกใจไปครู่หนึ่ง เด็กคนนี้ช่างเป็นคนมีแผนการ”
เจียงเจิ้นหยวนยิ้ม และเอ่ยว่า “หากเขาไม่คิดเช่นนั้น ก็ให้เป่าหนิงตามเขาไปได้”
ฮูหยินฝางอดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า “จะพูดแบบนั้นก็ไม่ได้เหมือนกันเจ้าค่ะ ข้าว่าลูกเขยปกป้องเป่าหนิงจากใจจริง คิดถึงเป่าหนิงทุกเรื่อง และเป่าหนิงก็ชอบอยู่กับเขามากเช่นกัน…”
เจียงเจิ้นหยวนไม่ชอบฟังเรื่องนี้
เขามักจะรู้สึกว่าเหมือนลูกสาวคนหนึ่งของตนเองถูกหมาป่าคาบไปแล้ว
เขาเอ่ยว่า “ฝ่าบาทจะแต่งตั้งท่านหญิงชิงอี๋ของตระกูลอ๋องเจี่ยนเป็นฮองเฮาแล้ว!”
“อะไรนะ?” ฮูหยินฝางเบิกตาโตอย่างแปลกใจ
เจียงเจิ้นหยวนเอ่ยอย่างเฉยชาว่า “คนที่ไทเฮาถูกใจคือคุณหนูใหญ่ของตระกูลอันลู่โหว คนที่ฝ่าบาทถูกใจคือคุณหนูใหญ่ของตระกูลจิ้น