ยแพร่ข่าวลือออกไปว่า ‘อกตัญญู’ ก็ยุ่งยากแล้ว “เจ้าพูดให้มันน้อยๆ หน่อย มีอะไรเดี๋ยวเจ้ากลับไปโรงเตี๊ยมกับข้าแล้วค่อยว่ากัน”
จินย่วนรู้จักลุงกับป้าสะใภ้ของตนเองเป็นอย่างดี นางจึงย่อมรู้เช่นกันว่าจินเซียวกำลังกังวลอะไร
“ตอนนี้ข้าเป็นแบบนี้แล้ว ข้ายังมีอะไรให้กลัวอีก?” นางตะโกนว่า “เมื่อวานท่านกินข้าวกับเซ่าหยางที่หมู่บ้านจี่หนานไม่ใช่หรือ? ทำไม…เขาไม่ได้พาท่านเข้าไปในบ้านส่วนตัวของเขา ไม่ได้เอาสุรากับเนื้อมากมายมาต้อนรับท่านหรือ? ข้าจะบอกให้ ข้าจะไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น หากพวกท่านบีบคั้นข้า ข้าจะตัดผมไปเป็นแม่ชี ไม่อย่างนั้นก็ให้พวกตระกูลเซ่าหามศพของข้าไปคำนับฟ้าดิน! บุตรชายของตระกูลจินอย่างพวกท่านไม่มีความสามารถ ก็ให้ผู้หญิงอย่างพวกเราไปแต่งงาน นี่มันต่างจากที่พวกครอบครัวยากจนขายลูกชายลูกสาวตรงไหน? ไม่ถูกสิ พวกท่านยังเทียบคนพวกนั้นไม่ได้เลย! อย่างน้อยคนพวกนั้นก็ทำเพื่ออาหารคำหนึ่ง เพื่อรักษาชีวิตให้รอด พวกท่านล่ะ? มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แล้วหรือว่าไม่มีอะไรให้กินแล้ว?”
“เจ้ากำลังพูดจาเหลวไหลอะไรน่ะ?” จินเซียวห้ามน้องสาวเสียงเบา ทว่าหน้ากลับร้อนขึ้นอย่างหยุดไม่ได้
เขานึกถึงก่อนหน้านี้ที่จินย่วนมาขอร้องเขาอย่างเต็มไปด้วยความหวัง นึกถึงคำพูดที่หลี่เชียนพูดกับเขาที่ห้องหนังสือในวันนั้น…หากเจ้าคิดว่าตระกูลจินแยกจากตระกูลเซ่าไม่ได้ และจำเป็นต้องใช้ชีวิตด้วยการขอร้องตระกูลเซ่า ข้าก็จะถือว่