แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น หลี่เชียนก็ไม่อยากเห็นเจียงเซี่ยนอารมณ์เสียอยู่ดี
เขามองไปรอบๆ จึงพบว่าสถานที่ที่พวกเขาอยู่นั้นเปล่าเปลี่ยวมาก ไม่เพียงแต่ไม่ค่อยมีคน ทว่าหากมีคนเข้าออกยืนอยู่ตรงที่เขาก็สามารถมองเห็นได้ทั้งหมด เขาจึงถือโอกาสกอดเจียงเซี่ยนไว้ในอ้อมแขน และตบหลังนางเบาๆ เหมือนปลอบเด็ก พลางกระซิบข้างหูนางว่า “อย่าโมโหเลย! เจ้ามาหาข้า คนอื่นจะอิจฉายังไม่ทันด้วยซ้ำ แล้วจะหักหน้าข้าได้อย่างไร? ส่วนจินเซียวนั้น เขายังมีหน้ามีตามากเท่าเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
ลมหายใจของบุรุษปนกลิ่นสุรามาปะทะหน้าอย่างอบอุ่น เจียงเซี่ยนอึ้งไปก่อน แล้วก็หน้าแดงและตัวแข็งทื่อไปทั้งตัว กว่าจะดีขึ้นก็ไม่ง่ายเลย บนหน้าร้อนผะผ่าว นางผลักหลี่เชียนออก และไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่าหลี่เชียนพูดอะไรบ้าง
“เจ้าจะพูดก็พูด จะจับมือถือแขนทำไม?” นางก้มหน้าลง ไม่กล้ามองหลี่เชียน กลัวว่าจะเห็นสีหน้าหยอกล้อของเขา…นางกลัวว่าตนเองจะเสียใจที่เลือกแต่งงานกับหลี่เชียน
ทันใดนั้นเจียงเซี่ยนก็รู้สึกเศร้ามาก
หรือเป็นเพราะนางวิ่งตามเขาตลอด เขาจึงไม่เห็นว่านางมีค่ามากแค่ไหน ถึงได้แตะต้องร่างกายนางตามอำเภอใจแบบนี้!
เจียงเซี่ยนขอบตาแดง
หลี่เชียนหัวใจเต้นตึกตัก และรีบเอ่ยว่า “เจ้าเป็นอะไรไป?”
พอถูกถามเช่นนี้ เจียงเซี่ยนก็รู้สึกว่าตนเองเป็นคนไม่ค่อยมีเหตุผลขึ้นมาทันที นางกลั้นความเปียกชื้นในดวงตาเอาไว้อย่างสุดกำลัง และเอ่ยว่า “ไม่มีอะไร!” แล้วบอกจุดป