ระสงค์ที่ตนเองมา “…เดิมทีเรื่องนี้พวกเราต่างก็ไม่ควรเข้าไปก้าวก่าย เซ่าหยางนั่นข้าก็ไม่เคยเจอเช่นกัน บางทีอาจจะเป็นเพียงข่าวลือก็ได้ แต่ข้าคิดว่า…ในเมื่อจินเซียวกับคุณหนูจินเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน และแม่แท้ๆ ของพวกเขาก็เสียชีวิตแล้ว เขาก็ควรจะใส่ใจน้องสาวแท้ๆ ของตนเองให้มากหน่อย เขาเป็นผู้ชาย สามารถเข้าออกเรือนด้านนอก เรียนหนังสือฝึกวิทยายุทธ และเข้าไปเป็นขุนนางในราชสำนักได้ อยู่ในบ้านไม่สบาย ก็สามารถไปอยู่ไกลๆ ได้ ทว่าคุณหนูจินกลับเป็นสตรี ถูกขังไว้ที่เรือนด้านใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอบรมสั่งสอนหรือแต่งงานที่เกี่ยวข้องกับความสุขตลอดชีวิตกลับล้วนถูกจัดการโดยแม่เลี้ยง คิดดูแล้วก็ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ”
หลี่เชียนฟังนางพูดอย่างเงียบๆ รอให้นางพูดจบ เขาก็นั่งลงบนม้าหินตัวที่ติดกับเจียงเซี่ยน และก้มหน้าลง จับมือของเจียงเซี่ยน มองตาของนางพลางเอ่ยว่า “เป่าหนิง เรื่องนี้เอาไว้ก่อน เจ้าบอกข้ามา เหตุใดเจ้าถึงเศร้า?”
สายตาที่จริงใจของเขาทำให้ใบหน้าที่เพิ่งจะหายร้อนของเจียงเซี่ยนร้อนขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่มีอะไร!” นางไม่กล้ามองตาของเขา จึงเบือนหน้าไปมองไผ่เหมาจู๋แถวนั้นในลาน และเอ่ยว่า “ข้าก็แค่จะอารมณ์เสียเป็นบางครั้ง…แต่ไม่นานก็หายแล้ว!”
หลี่เชียนมองนางอย่างแน่วแน่ มองนางหลบสายตาของเขา เห็นนางอธิบายกับเขาโดยฝืนทำเป็นสบายอกสบายใจ หัวใจของเขาก็เหมือนถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ และเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด
คนที่เขาใส