่ใจมาก ไม่ใช่ว่าไม่เศร้า ทว่าตอนที่เศร้าไม่มีใครปลอบ จึงเรียนรู้ที่จะพันแผลให้ตนเองเอง
“เป่าหนิง!” หลี่เชียนถอนหายใจเบาๆ และรวบนางเข้าสู่อ้อมแขนอีกครั้ง เขาวางคางลงบนศีรษะของนาง และเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “พวกเราเป็นว่าที่สามีภรรยากัน ต่อไปต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ก่อนที่ข้าจะไปเมืองหลวง เจ้าไม่รู้จักข้า ข้าไม่รู้จักเจ้า เจ้าใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่ข้ามองไม่เห็นมาสิบสามปี ข้าใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่เจ้าไม่รู้จักมาสิบแปดปี หลายวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าบ้าง ข้าไม่รู้ เกิดอะไรขึ้นกับข้าบ้าง เจ้าก็ไม่รู้เช่นกัน แม้แต่ตอนนี้…เจ้าชอบกินหวานมากกว่าหรือชอบกินเค็มมากกว่า ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ดังนั้นหากเจ้ามีเรื่องอะไรรู้สึกไม่สบายใจ เจ้าต้องบอกข้า ข้าถึงจะรู้ และถึงจะรู้ว่าจะแก้ไขอย่างไร หากข้ามีอะไรรู้สึกไม่สบายใจ ก็จะบอกเจ้าเหมือนกัน ดีหรือไม่?”
เจียงเซี่ยนหน้าร้อนมาก นางดิ้นรนจะกระโดดลงจากอ้อมกอดของหลี่เชียน แต่กลับถูกหลี่เชียนกอดเอาไว้แน่น และเอ่ยต่อว่า “เช่นนั้นพวกเราก็เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลยดีหรือไม่? เจ้าบอกข้ามาว่าเมื่อครู่ทำไมถึงเศร้า?”
เจ้าคนสารเลวนี่ รู้จักแต่เอาเปรียบนาง!
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “เจ้ารีบปล่อยข้าลง” เสียงเหมือนหม้อน้ำที่ถูกต้มจนแห้งแล้ว จึงแห้งผากเป็นอย่างมาก
“ทุกครั้งที่ข้าเห็นเจ้าก็อยากกอดเจ้าไว้ในอ้อมแขนเหมือนอย่างตอนนี้” หลี่เชียนหัวเราะเบาๆ พลางเอ่ย พอเสียงที่แฝงความ