ทุ้มต่ำอย่างตอนหนุ่มในชาติก่อนเล็กน้อย เข้าหูเจียงเซี่ยน ใจก็อ่อนแล้ว “อยากค้ำจุนท้องฟ้าทั้งผืนให้เจ้าเหมือนต้นไม้ อยากบังลมบังฝนให้เจ้าเหมือนร่ม อยากให้เจ้าขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของข้าได้ และไม่รู้ว่าความเศร้าโศกเสียใจคือสิ่งใดตลอดไป เป่าหนิง ข้าอยากปกป้องเจ้า ให้เจ้าพูดคุยและหัวเราะอย่างมีความสุขตลอดไป อยากทำอะไรก็ทำ…”
“เจ้าคนสารเลว!” เจียงเซี่ยนทั้งร้อนใจทั้งโกรธ ทว่าพอได้ยินคำพูดของหลี่เชียน น้ำตากลับพรั่งพรูออกมาเอง “พูดเรื่องพวกนี้ทำไม? รีบปล่อยข้าลง!”
หลี่เชียนลังเลอยู่ชั่วครู่
เจียงเซี่ยนดูเหมือนโกรธมาก…แต่ก็ดูเหมือนไม่โกรธ…หรือว่า เขินหรือ?
หลี่เชียนก้มไปดูหน้าของเจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนไม่ยอมให้เขาดู
แต่ก็ไม่มีที่หลบ นางจึงไม่สนใจอะไรทั้งนั้นและกอดเอวของเขาเอาไว้แน่น แล้วฝังหน้าลงไปตรงซอกคอของเขา
หางตาของหลี่เชียนมองเห็นหูที่แดงก่ำของเจียงเซี่ยน
เขินแล้ว
หลี่เชียนอดที่จะยิ้มไม่ได้ ทว่าตอนที่พูดกลับไม่กล้าเผยออกมาแม้แต่นิดเดียว กลัวว่าหากทำให้เจียงเซี่ยนโกรธจริงๆ ถึงเวลานั้นนางจะปฏิเสธที่จะเจอเขา…เมื่อก่อนนางก็ชอบทำเรื่องแบบนี้ไม่น้อย และตอนที่นางไม่อยากเจอเขา เขาก็หาโอกาสเจอนางไม่ได้แม้แต่นิดเดียวจริงๆ
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร!” เขาลูบหลังนางเบาๆ และเอ่ยเสียงนุ่มว่า “เมื่อครู่เจ้าไม่คัดค้าน ข้าก็ถือว่าเจ้ารับปากแล้ว พวกเราตกลงกันแล้วนะ มีอะไรก็ต้องบอกอีกฝ่าย ข้ารู้ว่าเจ้าต้องคิดว่