าข้ามองเจ้าแวบเดียวก็เดาความคิดเจ้าได้ถูกอย่างแน่นอน ข้าคิดว่าข้าก็ทำได้เช่นกัน แต่เจ้าต้องให้เวลาข้าหน่อย ไว้พวกเราอยู่ด้วยกันแล้ว ตอนที่ข้าเริ่มรู้นิสัยของเจ้า รู้ว่าเจ้าชอบอะไรเกลียดอะไร ข้าก็เดาเรื่องในใจของเจ้าได้ถูกแล้ว ทว่าตอนนี้…เจ้าต้องเล่าให้ข้าฟัง บอกข้ามาว่า เมื่อครู่ทำไมถึงอารมณ์เสียหรือ?”
เจียงเซี่ยนพูดไม่ออก
เมื่อก่อนนางก็รู้สึกว่าหลี่เชียนอายุไม่มาก แต่กลับเฉลียวฉลาดและเชี่ยวชาญกว่าพวกผู้อาวุโสที่ทำงานมานานเสียอีก เรื่องที่เขายืนหยัด สุดท้ายก็จะพิสูจน์ว่าเขาเป็นฝ่ายถูก
เวลานี้พอเป็นแบบนี้ นางจึงรู้สึกว่าตนเองเอะอะโวยวายอย่างไร้เหตุผลไปหน่อย
หลี่เชียนก็ปลอบนางอย่างอดทนตลอด จนกระทั่งนางเอ่ยอย่างตะกุกตะกักว่า “พอเจอหน้าเจ้าก็กอดข้าทันที เป็นเพราะข้า…ข้า…ข้าเป็นฝ่ายแต่งงานกับเจ้าหรือเปล่า?”
ที่แท้เป็นเพราะเรื่องนี้!
“เหลวไหล!” หลี่เชียนแสร้งทำเป็นตวาดเสียงเบาอย่างไม่พอใจว่า “แม้แต่จินเซียวก็รู้ว่าข้าเป็นคนคิดหาทางลักพาตัวเจ้ากลับมา ตระกูลของพวกเจ้าจึงจำใจให้เจ้าแต่งงานกับข้า เพราะคำนึงถึงชื่อเสียงของเจ้า ไม่อย่างนั้นทำไมท่านพี่อาลวี่ถึงกลั่นแกล้งข้าทุกครั้งที่เจอหน้าล่ะ? เจ้าไม่ได้ยินที่คนอื่นพูดอย่างนั้นหรือ? บอกว่าตอนนี้เจ้าเป็นหญิงงามที่แต่งงานกับสามีที่ต่ำทราม ช่างน่าเสียดาย!” เขาพูดอยู่ น้ำเสียงก็เปลี่ยนไป โดยเอ่ยอย่างภาคภูมิใจมากว่า “แต่ส่วนใหญ่ก็อิจฉาข้า คิดว่าคน