ายของนาง ญาติกับเพื่อนที่สนิทกันย่อมได้อย่างแน่นอน ส่วนคนอื่นก็ไม่ต้องพูดแล้ว “เพียงแต่ไม่รู้ว่าฝีมือในการรักษาของเขาเป็นอย่างไร? เชี่ยวชาญด้านไหน?” นางถามเมิ่งฟางหลิง “เจ้าเคยได้ยินเรื่องคนๆ นี้หรือไม่?”
เมิ่งฟางหลิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เรื่องนี้หมอหลวงเถียนเคยปรึกษากับไทฮองไทเฮา ฉางเหริ่นตงเป็นคนของตระกูลฉางแห่งจินหวา ท่านหญิงอาจจะไม่เคยได้ยิน ตระกูลของพวกเขามีชื่อเสียงแถบเจียงหนานมาก บรรพบุรุษของตระกูลฉางกับบรรพบุรุษของหมอหลวงเถียนเป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องสำนักเดียวกัน คนหนึ่งอยู่เป็นหมอที่เจียงหนาน อีกคนเข้าสำนักหมอหลวง ฝีมือในการรักษาของพวกเขาทั้งสองตระกูลสืบทอดกันทางสายเลือด และต่างก็เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชและนรีเวช”
ทุกคนกำลังคุยกันอยู่ ชีกูก็เดินเข้ามาเอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านหญิง ข้าเจอเว่ยสู่ผู้ติดตามข้างกายนายท่าน เขารู้ว่าท่านหญิงรับประทานอาหารอยู่ที่นี่ จึงไปรายงานนายท่านแล้ว นายท่านบอกว่า เดี๋ยวเขาจะมาเยี่ยมท่าน ท่านว่าท่านจะคุยเรื่องคุณหนูจินที่นี่หรือไปคุยเรื่องคุณหนูจินในเรือนเจ้าคะ?”
ก่อนที่ชีกูจะไปพึ่งพาอาศัยหลี่เชียน นางดำรงชีวิตด้วยการแสดงศิลปะในยุทธภพ จึงเห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกมาเยอะแล้ว นางมองออกว่า ต่อให้เจียงเซี่ยนสูงศักดิ์แค่ไหนก็เป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่ยังอายุไม่ครบสิบห้าปีเต็ม ในใจชอบหลี่เชียน แต่ก็ขี้อาย กลัวว่าคนอื่นมองออกแล้วจะหัวเราะเยาะตนเอง ดังนั้นเวลาเจอห