สุขาวดีมอบแดนศิริมงคลให้เจ้า นิกายศักดิ์สิทธิ์ช่วยเจ้าให้รู้สึกถึงเค้าตำแหน่งมรรคผล วังเต๋าก็ประทานตำแหน่งทางการให้เจ้า สามฝ่ายร่วมมือกันให้โอกาสเจ้าคว้าโอสถทองคำหนึ่งหน… โอกาสใหญ่ขนาดนี้ เรียกว่า ‘มิอาจฝืนชะตา’ ได้ด้วยหรือ?”
“แม้เป็นโอกาส…แต่ก็เป็นภยันตรายเช่นกัน”
ซั่วฮ่วนยังคงก้มหน้า
“ธารน้ำยืนยาวเป็นหนทางแห่งเจินจวิน ขนาดข้าแม้จะพิสูจน์ได้ ก็เป็นเพียงผู้ฝึกตนอิสระ จะมีทางต้านทานพลังของเจินจวินได้อย่างไร?”
“เกรงว่ายามคว้าสำเร็จ…จะเป็นยามตกตายทันที”
“ด้วยเหตุนี้ ผู้น้อยจึงยินดีเข้าสู่ยมโลก รับใช้เบื้องหน้าท่าน นำทางเพื่อท่าน ขอเพียงเจินจวินโปรดเมตตา มอบผลสำเร็จหนึ่งแก่ผู้น้อยด้วยเถิด”
น้ำเสียงของซั่วฮ่วนถ่อมตนถึงขีดสุด
ทว่าตนเองกลับมิรู้สึกว่ามีสิ่งใดผิด เขา…คนเช่นเขา หากไม่ก้มหัว ไม่สลัดศักดิ์ศรี ไม่ถ่อมตนถึงที่สุด จะคว้าโอสถทองคำได้อย่างไร?
เขากระทั่งมิได้ปิดผนึกทะเลวิญญาณของตน
โดยทั่วไป เจินเหรินวางรากฐานจะปิดผนึกทะเลวิญญาณไว้แน่นหนา ยกเว้นใช้วิธีเฉพาะ มิฉะนั้นแม้แต่เจินจวินก็ไม่อาจล้วงจิตได้
แต่ในยามนี้ ซั่วฮ่วนกลับเจตนาเปิดออก ปล่อยให้จิตทั้งมวลเผยให้เห็นต่อหน้าเจินจวิน เพื่อแสดงความจริงใจ
เพียงชั่วครู่ เจินจวินก็นิ่งงันไป
เพราะไม่มีอะไรปิดบัง ความรู้สึกของซั่วฮ่วนจึงถูกรับรู้ได้อย่างง่ายดาย และที่น่าประหลาดใจคือ…
ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความคิดฟุ้งซ่าน
สรุปความคิดของเขาได้ใ