ำอย่างไร จึงให้นางนั่งนิ่งๆ บนเตียงอุ่น และป้อนให้นางกิน…”
เจียงเซี่ยนอายุห้าขวบยังไม่เคยถือช้อนกับตะเกียบเองเลย ตอนหลังไป๋ซู่เข้าวัง นางเห็นไป๋ซู่กินข้าวเอง ก็จะกินข้าวเองด้วย ปรากฏว่าวันเกิดของไทฮองไทเฮาปีนั้น นางทำน้ำแกงไก่หกใส่เสื้อผ้า ทำให้ไทฮองไทเฮาตกใจจนหน้าซีด วังฉือหนิงวุ่นวายไปหมด จนไม่ได้อวยพรวันเกิด…
ไป๋ซู่ยังจำได้ดี
เจียงเซี่ยนแลดูละอายใจ
ฮูหยินฉีถึงเห็นว่าเจียงเซี่ยนผัดหน้าแล้ว วาดคิ้วแล้ว…ขาดแค่สุดท้ายทาปากก็จะแต่งหน้าเสร็จแล้ว และก็อดที่จะหัวเราะพลางส่ายหน้าไม่ได้
ทว่านัยน์ตาของฮูหยินฝางกลับฉายแววเศร้าหมอง
เป่าหนิงของพวกนางยังเป็นเด็กสาวที่ไม่รู้ความอยู่เลย เดี๋ยวก็จะแต่งออกไปแล้ว ไม่มีนางกับไทฮองไทเฮาอยู่ข้างกาย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่านางจะใช้ชีวิตอยู่ในจวนสกุลหลี่ได้หรือไม่ บางครั้งมีฐานะอำนาจมากไปก็ไร้ประโยชน์ หากเจอพวกแอบเล่นลูกไม้ทำร้ายคนอื่น ตีหน้าซื่อว่าไม่มีความผิด ยิ่งเป็นสตรีที่มาจากตระกูลที่ฐานะต่ำต้อยก็ยิ่งเชี่ยวชาญเรื่องเหล่านี้ พวกนางถูกชะตาชีวิตฝึกฝนจนรู้ว่าการมีชีวิตอยู่สำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น คนอย่างเป่าหนิงที่ไม่เคยรู้ว่าความหิวโหยรสชาติเป็นอย่างไร ความเย็นยะเยือกรู้สึกอย่างไร กลับมองว่าความหยิ่งในศักดิ์ศรีสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น เจอพวกคนที่มีเจตนาอื่นแอบแฝง นางจะได้รับอันตรายได้โดยง่าย!
นางหันตัวไป และใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดหางตา
——————————–
[1] บุปผางามพระจั