เดินเสร็จ ผ่านตรอกแคบเส้นหนึ่ง มายังถนนตะวันตกที่มีคนมากมาย ผ่านเข้าไปในตรอกที่อยู่ตรงข้าม และเข้าไปในโรงเตี๊ยมที่ลับตาคนและเงียบสงบ
บัณฑิตชุดสีดำคนหนึ่งกำลังรอเขาอยู่ที่ห้องหลักของโรงเตี๊ยม
พอเห็นเขาก็ประสานมือคารวะ และเอ่ยว่า “เป็นอย่างไรบ้าง?”
ทว่าซุนซื่อติ่งกลับไม่ได้วางตัวสบายๆ เหมือนบัณฑิตคนนั้น เขาเรียกบัณฑิตคนนั้นอย่างนอบน้อมก่อนว่า “ท่านเจิ้ง” แล้วถึงเอ่ยว่า “มีทองสองพันตำลึงกับเงินห้าหมื่นตำลึงจริงๆ และยังมีเครื่องประดับเงินทองที่เป็นกล่อง ขนมมงคลลายมังกรกับหงส์ ผลไม้มงคล คำนวณทั้งหมดแล้ว ข้าว่าสินสอดนั้นไม่สองแสนตำลึงก็หนึ่งแสนห้าหมื่นตำลึง”
“มากขนาดนั้นเชียว!” ท่านเจิ้งอึ้งไป
สีหน้าของซุนซื่อติ่งหม่นหมองลง และเอ่ยเสียงเบาว่า “ได้ยินว่าหลี่เชียนฆ่าพวกคนที่พยายามจะปล้นสินสอดหมดแล้ว เป็นความจริงหรือ?”
ท่านเจิ้งผู้นี้เป็นผู้ช่วยของติงหลิวผู้ว่าราชการมณฑลซานซี
ซุนซื่อติ่งไปส่งเงินที่กองบัญชาการซานซี ทว่าพ่อบ้านของตระกูลหลี่บอกว่าหลี่ฉางชิงไปบ้านเก่าที่เฝิงหยางแล้ว เขารออยู่หลายวันก็ไม่ได้เจอสักที ก็รู้ว่าหลี่ฉางชิงคงสั่งเอาไว้ว่า ไม่อยากพบเขา
เขาร้อนใจมาก แต่กลับถูกติงหลิวเรียกไป และให้เขาไปต้าถงเป็นเพื่อนท่านเจิ้ง
ซุนซื่อติ่งกล้าพูดว่า ‘ไม่’ ที่ไหน เขาดูแลท่านเจิ้งด้วยอาหารการกินอย่างดีจนถึงต้าถง และเลือกพักที่โรงเตี๊ยมที่หน้าร้านไม่ใหญ่นักทว่ามีชื่อเสียงเล็กน้อย รอดูตระกูล