แต่ไท่หยวนก็คงจะเห็นได้น้อยเช่นกัน มีแต่ตระกูลของโหวกับป๋อในเมืองหลวงแต่งลูกสาว ถึงจะจัดหรูหราแบบนี้ได้”
“ตระกูลของโหวกับป๋อแต่งลูกสาวไม่เท่าไรหรอก ข้าได้ยินว่าท่านหญิงมีสินเดิมสิบล้านตำลึง ตระกูลหลี่รวยแล้ว!”
“ทำไมข้าได้ยินว่ามีสิบห้าล้านตำลึง! เห็นว่าตอนหลังไทฮองไทเฮาให้คนส่งเงินขวัญถุงมาอีกห้าล้านตำลึง”
“เป็นไปไม่ได้กระมัง! ทำไมข้าได้ยินว่าท้องพระคลังมีเงินแค่ห้าล้านตำลึง? อีกไม่นานฝ่าบาทก็น่าจะอภิเษกสมรสแล้วกระมัง? มอบเงินในท้องพระคลังให้เป็นสินเดิมแก่ท่านหญิงหมด แล้วตอนฝ่าบาทอภิเษกสมรสจะทำอย่างไร? หรือว่ายังจะเพิ่มภาษีที่นาอีกอย่างนั้นหรือ?”
พอเอ่ยออกมาแบบนี้ ทุกคนต่างก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
แล้วก็มีคนเอ่ยว่า “พวกเจ้าไม่รู้หนังสือจึงอ่านสำเนาเอกสารราชการไม่ออก แล้วก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ได้แต่ตะโกนมั่วซั่ว ฝ่าบาทอภิเษกสมรสกับท่านหญิงออกเรือน เงินทั้งหมดมาจากกรมวัง ก็หมายความว่ามาจากท้องพระคลังเล็กของฝ่าบาทเอง ไม่เกี่ยวกับท้องพระคลังแม้แต่นิดเดียว แต่ปีนี้อากาศหนาวในฤดูใบไม้ผลิยาวนานเกินไป ในทุ่งหญ้ามีพืชน้ำมากมาย ปีนี้น่าจะไม่ทำสงครามแล้ว”
หัวข้อสนทนาจึงถูกดึงให้เบนไปทางอื่นแล้ว
—
ซุนซื่อติ่งสวมเสื้อคลุมยาวที่บุซับในสำหรับใส่ในฤดูร้อนสีฟ้าธรรมดา และสวมหมวกสักหลาดสีดำยืนอยู่ท่ามกลางผู้คน ยิ่งฟังสีหน้าก็ยิ่งดูแย่ เขาเบียดออกมาจากฝูงชน โดยไม่รอให้ขบวนมอบสินสอดของตระกูลหลี่