พไท่หยวนยังถามหลี่ฉางชิงเล่นๆ ว่าต้องเขียนคำอวยพรให้เสร็จก่อนหรือไม่ ‘ข้าไม่ใช่บัณฑิตเหมือนใต้เท้าหลี่ อ้าปากก็มา’
ตามหลักแล้ว ตอนที่ต้อนรับนั้นพ่อสื่อของทั้งสองตระกูลต่างก็ควรจะมาด้วย
ทว่าเจียงเซี่ยนมาแต่งงานที่ต้าถง ระหว่างทางก็ต้องเดินทางสี่ห้าวัน เวลานานเกินไป คนที่พิถีพิถันหน่อยจะเชิญเฉวียนฝูเหรินมาช่วยไปรับเจ้าสาว ส่วนพ่อสื่อก็รอรับที่หน้าประตูเมืองก็พอ ทว่าเฉวียนฝูเหรินที่สบายๆ หน่อยจะรอรับที่หน้าประตูเมือง ส่วนพ่อสื่อก็รอรับที่หน้าประตูใหญ่ก็พอ
หลี่เชียนไม่อยากให้เจียงเซี่ยนน้อยใจแม้แต่นิดเดียว ความนัยที่แฝงในนั้นก็คือให้เขาคิดหาทางทำให้พ่อสื่อตามขบวนที่ไปรับเจ้าสาวมารับเจ้าสาวที่ต้าถง
หลี่ไท่เข้าใจ และปรึกษารายละเอียดในนั้นกับหลี่เชียน
ปิงเหอเข้ามารายงานว่า “นายท่าน นายท่านหกซุนมาขอรับ”
หลี่ไท่ได้ยินก็อดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ และเอ่ยว่า “เขามาทำไม?”
ตอนนั้นที่ซุนซื่อติ่งกับหลี่ฉางชิงสาบานเป็นพี่น้องกันจัดอยู่ในอันดับที่หก คนของตระกูลหลี่จึงพากันเรียกซุนซื่อติ่งว่านายท่านหก ตอนนั้นที่หลี่เชียนไปเยี่ยมเยียนที่ตระกูลซุน ซุนซื่อติ่งไม่ยอมเอ่ยถึงเรื่องคนที่ตอนนั้นตระกูลหลี่ฝากไว้กับเขาอย่างเด็ดขาด หลี่เชียนรู้ว่าทั้งสองตระกูลมีความคิดเห็นแตกต่างกันจึงไม่มีทางร่วมงานกันได้แล้ว ก็ไม่บังคับเช่นกัน เขาปฏิเสธงานเลี้ยงของตระกูลซุนทางอ้อมอย่างสุภาพและกลับจวนทันที
ทว่าเวลานี้ซุนซื่อติ่งกล