ฮูหยินฝางก็เห็นด้วยเช่นกัน
พวกนางต่างไม่สามารถรั้งอยู่ต้าถงได้นาน
เมิ่งฟางหลิงยิ้มและเอ่ยว่า “เช่นนั้นข้าจะให้คนนำจดหมายไปให้ไทฮองไทเฮา”
ฮูหยินฝางเอ่ยว่า “ลำบากแล้ว” ทุกคนคุยเล่นกันอีกไม่กี่คำก็แยกย้าย
ไม่นาน เจียงเซี่ยนก็ได้ข่าว
นางขดตัวอยู่ในผ้าห่มและรู้สึกเหมือนไม่ใช่เรื่องจริง
อีกหนึ่งเดือนนางก็จะแต่งงานแล้ว
และแต่งงานกับหลี่เชียนที่ชาติก่อนสู้กับนางอย่างตาต่อตาฟันต่อฟันในทุกด้าน
ครั้งนี้รู้สึกประหลาดมาก
ราวกับกำลังอยู่ในความฝัน
และไม่อยากตื่นจากฝันนี้
เพราะนางรู้จักความเงียบเหงาและความโดดเดี่ยวหลังจากตื่นจากฝันดีเป็นอย่างดี
เจียงเซี่ยนไปที่ห้องของไป๋ซู่ เพราะอยากนอนกับนาง
ไป๋ซู่ยิ้มและให้คนหอบผ้าห่มเข้ามา
ทั้งสองคนนอนศีรษะติดกัน และคุยกันอย่างอ้ำๆ อึ้งๆ
“เจ้าชอบหลี่เชียนได้อย่างไร?”
“แล้วเจ้าชอบเฉาเซวียนได้อย่างไร?”
“เฉาเซวียนหล่อน่ะสิ!” ไป๋ซู่เอ่ยอย่างตรงไปตรงมามาก “เจ้าก็รู้”
เจียงเซี่ยนเงียบและไม่เอ่ยสิ่งใด
ไป๋ซู่พลิกตัวและนอนคว่ำลงบนเตียง แล้วเอ่ยกับนางว่า “เฮ้” เบาๆ และเอ่ยว่า “เจ้าไม่มีทางที่จะเอ่ยกับข้าแบบนี้อย่างไร้สาเหตุแน่นอน เจ้าคิดอะไรอยู่หรือเปล่า? อยากเล่าให้ข้าฟังหรือไม่?”
“อื้ม!” เจียงเซี่ยนเบิกตาโตและมองถุงหอมที่แขวนอยู่ตรงมุม แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “ข้ากำลังคิดว่า ข้าชอบหลี่เชียนได้อย่างไร? เป็นเพราะข้างกายเขามักจะบรรยากาศคึกคักมากหรือว่าเพราะข้ารู้จักเขาเป็นอย่