ฮูหยินฝางตบเจียงลวี่เบาๆ แล้วเอ่ยกับเซี่ยหยวนซีด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจว่า “ทำให้ท่านเซี่ยหัวเราะเยาะแล้ว เด็กรุ่นนี้ของตระกูลเรามีเพียงอาลวี่กับเจียหนานแค่สองคน อาลวี่ดูแลน้องสาวอย่างดีมาตั้งแต่เด็ก เวลานี้อยู่ๆ ก็ได้ยินว่าน้องสาวจะแต่งงานแล้ว จึงรู้สึกอาลัยอาวรณ์มาก ไม่ได้มีความหมายอื่น” นางเอ่ยพลางดึงรายการมอบสินสอดที่หลี่เชียนส่งมาออกจากมือของเจียงลวี่มาดูแวบหนึ่ง
ทองสองพันตำลึง เงินห้าหมื่นตำลึง…
ฮูหยินฝางเห็นแล้ว หางตาก็อดที่จะกระตุกเล็กน้อยไม่ได้
ดูเหมือนข่าวลือจะไม่ใช่เรื่องโกหก ตระกูลหลี่มีเงินจริงๆ …แต่ถึงจะมีเงินก็ใช้แบบนี้ไม่ได้เหมือนกัน!
นี่จะทำให้เป็นกังวลถึงเพียงใดกัน!
ทว่า เวลานี้หากเอ่ยสิ่งใดไป จะเป็นการตบหน้าตระกูลหลี่…ต่อให้ตระกูลเจียงของพวกเขาแลดูมั่งคั่งเพียงใด ก็เป็นเพียงแค่ญาติที่เกี่ยวดองกันของตระกูลหลี่เท่านั้นเช่นกัน ตระกูลหลี่อยากใช้เงินอย่างไร ตระกูลเจียงไม่มีสิทธิสั่งตามใจชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่พวกเขาสองตระกูลยังเพียงแค่กำหนดการสู่ขอกัน และไม่รู้ว่าคนอื่นๆ ในตระกูลหลี่ต่างนิสัยใจคอเป็นอย่างไรบ้าง
“ท่านเซี่ยกลับไปแล้วขอบคุณใต้เท้าหลี่แทนข้าด้วย” ฮูหยินฝางเอ่ยอย่างเกรงใจว่า “รายการสินสอดนี้พวกเรารับเอาไว้แล้ว ส่วนวันที่มอบสินสอดยังต้องรออีกสองวัน ไทฮองไทเฮาเป็นห่วงท่านหญิง จึงให้แม่นมเมิ่งนางกำนัลข้างกายนำวันมงคลหลายวันที่สำนักหอดูด