าวหลวงคำนวณมาให้โดยเฉพาะ ข้าว่า…รอแม่นมเมิ่งมาแล้วค่อยกำหนดวันดีกว่า ท่านเซี่ยคิดว่าอย่างไร?”
“ไทฮองไทเฮากับฮูหยินยังคงคิดรอบคอบ” เซี่ยหยวนซีเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “ข้าจะกลับไปบอกแม่ทัพหลี่ของพวกเราเดี๋ยวนี้ขอรับ”
พวกเขากำลังคุยกันอยู่ ก็มีสาวใช้วิ่งเข้ามาบอกว่า “ฮูหยิน แม่นมเมิ่งมาแล้วเจ้าค่ะ”
ฮูหยินฝางดีใจจนออกนอกหน้า และรีบเอ่ยว่า “รีบเชิญนางเข้ามา! รีบเชิญนางเข้ามา!”
เซี่ยหยวนซีรีบลุกขึ้นบอกลา
ฮูหยินฝางกับเจียงลวี่หวีผมและล้างหน้าพักหนึ่ง แล้วออกไปต้อนรับเมิ่งฟางหลิง
เมิ่งฟางหลิงสวมหมวกม่านตาข่าย และพาเด็กสาวที่แต่งตัวเป็นสาวใช้สิบกว่าคนลงจากรถม้า
ฮูหยินฝางเพ่งมอง ไป่เจี๋ยกับฉิงเค่อต่างก็อยู่ในนั้นด้วย
“นี่เจ้า…” นางอดที่จะมองเมิ่งฟางหลิงอย่างประหลาดใจไม่ได้
เมิ่งฟางหลิงเข้ามาคารวะฮูหยินฝาง และหัวเราะเบาๆ พลางเอ่ยว่า “เป็นพระประสงค์ของไทฮองไทเฮาเจ้าค่ะ กลัวท่านหญิงแต่งไปอยู่ตระกูลหลี่แล้วจะไม่ชิน จึงปล่อยพวกนางในที่รับใช้ข้างกายท่านหญิงออกมา ตามท่านหญิงไปรับใช้นางที่ตระกูลหลี่”
เรื่องนี้ทุกคนต่างคิดไปในทางเดียวกัน
เมิ่งฟางหลิงรับใช้ไทฮองไทเฮา แม้แต่ฮ่องเต้เจอแล้วก็ต้องให้เกียรติเล็กน้อยเช่นกัน จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงฮูหยินฝางที่ระมัดระวังมาโดยตลอด
นางเอียงตัวไปคารวะตอบเมิ่งฟางหลิงครึ่งหนึ่ง แล้วยิ้มพลางจับมือของเมิ่งฟางหลิง และเอ่ยเสียงเบาว่า “ก่อนหน้านี้ข้ายังให้นำจดหมายไปให้ไทฮองไท