างดี จึงรู้สึกว่าอยู่ข้างกายเขาแล้วปลอดภัยมาก…”
ชาติก่อนเกิดเรื่องขึ้นมากขนาดนั้น นางคิดว่าตนเองเห็นชัดเจนมากแล้ว สุดท้ายพอหันกลับมามอง ที่แท้นางก็ยังคงเป็นคนที่ถูกหลอกลวงและปิดบังคนนั้นอยู่ดี
ไป๋ซู่หัวเราะ และเอ่ยว่า “เป่าหนิง บางครั้งข้ารู้สึกว่าเจ้าแปลกมาก…ตอนที่เจ้าเตือนข้าเจ้าเก่งกาจมาก แต่พอถึงคราวของตนเองเหมือนมักจะหาทิศทางไม่เจอ”
เจียงเซี่ยนมองไป๋ซู่อย่างประหลาดใจ
ไป๋ซู่ยิ้มและพลิกตัวอีกครั้ง นางนอนไหล่ติดกันกับเจียงเซี่ยน พลางมองแมลงปอที่วาดอยู่บนหลังคามุ้ง และเอ่ยเสียงเบาว่า “ตอนที่ข้าชอบเฉาเซวียนก็ลังเลมากเช่นกัน เจ้ายังเตือนข้าเลยว่า ในเมื่อไม่ว่าอย่างไรก็ต้องแต่งงาน ก็แต่งกับคนที่รู้สึกมีความสุขและสบายใจดีกว่า ถึงวันไหนความรักอันลึกซึ้งจะจืดจางลง ทว่าไม่ว่าอย่างไรก็ได้เสวยสุขแล้ว ดังนั้นไม่ว่าเจ้าจะเลือกหลี่เชียนเพราะอะไร ขอเพียงเจ้าได้ในสิ่งที่ต้องการ ก็ถือว่ามีวาสนาในการแต่งงานแล้ว เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
เจียงเซี่ยนไม่รู้
นางกลัวถูกหลี่เชียนทอดทิ้งเหมือนชาติก่อน
ไป๋ซู่เห็นท่าทางของนางแล้วก็หัวเราะหนักกว่าเดิม และเอ่ยว่า “เจ้าน่ะ! คนนอกมักจะมองสิ่งต่างๆ ออกมากกว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์ หากเจ้าเอาแต่ดันทุรังอยู่แบบนี้ ต่อให้ชีวิตสบายเพียงใดก็ต้องใช้ชีวิตอย่างสูญเปล่า”
เจียงเซี่ยนมักจะรู้สึกว่าไป๋ซู่มีความฉลาดในการใช้ชีวิตมาก
ทุกครั้งที่นางนึกถึงสิ่งที่ไป๋ซู่เอ่ย ก็จะถูกยืนย