ับใจในตัวหลี่เชียนมากขึ้น และถามหลี่เชียนว่า “ไม่ทราบว่าลูกเขยใหญ่ต้องการคนจัดการเรือนด้านในหรือคนต้อนรับแขกที่มาเยี่ยม?”
เจียงลวี่แนะนำให้เขารู้จักอย่างระมัดระวังและจริงจังแบบนี้ ต้องไม่ใช่คนรับใช้ที่ติดตามอยู่ข้างกายธรรมดาอย่างแน่นอน
ท่านหูกลายเป็นคนของตระกูลเจียงที่หลี่เชียนรู้สึกว่าควรเอาชนะทันที เขาจึงระมัดระวังและจริงจังกับข้อเสนอของท่านหูมากด้วยเหตุนี้
“หากมีตัวเลือก เรือนด้านในกับเรือนด้านนอกต่างก็ต้องการคนช่วยทั้งนั้น” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “แต่หากกำลังคนไม่พอ เรือนด้านนนอกต้องการคนมากกว่าเรือนด้านใน”
คนที่เรือนด้านนอกต้อนรับเป็นคนมีหน้ามีตา จึงแน่นอนว่าย่อมสำคัญมากกว่าเรือนด้านใน
ท่านหูเอ่ยอย่างมีเลศนัยว่า “เดี๋ยวข้าจะลองไปถามฮูหยินดูว่าฮูหยินมีตัวเลือกที่เหมาะสมหรือไม่ แล้วถึงเวลานั้นค่อยตอบลูกเขยใหญ่”
หลี่เชียนรีบขอบคุณ เขาเห็นว่าเจียงลวี่สีหน้าไม่สบอารมณ์ จึงตัดสินใจว่าตอนนี้ยั่วโมโหอีกฝ่ายให้น้อยหน่อยจะดีกว่า เขาพูดคุยกับเจียงลวี่และท่านหูไม่กี่คำ ก็ลุกขึ้นบอกลา
เจียงลวี่กับท่านหูกลับไปที่ฝ่ายบัญชีอีกครั้ง ท่านหูอดที่จะชื่นชมหลี่เชียนไม่ได้
“เจ้าจำเป็นต้องช่วยพูดให้เขาแบบนี้ด้วยหรือ?” เจียงลวี่เอ่ยพลางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ข้าไม่ได้ทำอะไรเขาเสียหน่อย?”
ท่านหูยิ้มพลางเอ่ยว่า “เขาเป็นคนของตระกูลเจียงแล้ว ข้าชมเขาก็กำลังชมตระกูลเจียงของพวกเราอยู่ไม่ใช่หรือ? ช่วยพูดให้อีก