จียงเซี่ยนก็ไม่รู้ว่าตนเองกลับมายังห้องนอนได้อย่างไร
จำได้แค่ว่าไป๋ซู่สวมเสื้อคลุมยาวปักลายใบแปะก๊วยสีเขียวขจีนั่งทำงานเย็บปักถักร้อยอยู่ใต้โคมไฟ พลางรอนางกลับมา
“เจ้ารู้จุดประสงค์ที่ท่านป้ามาแล้ว!” เจียงเซี่ยนนั่งลงบนเก้าอี้ไท่ซือที่อยู่ตรงข้ามไป๋ซู่ และถามอีกฝ่าย
ไป๋ซู่พยักหน้า สายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความกังวล และเอ่ยเสียงเบาว่า “ข้ายังคิดว่าข้าจะแต่งงานก่อนเจ้า…ข้าแก่กว่าเจ้าสิบวันนะ?”
นางรู้สึกเศร้าเล็กน้อย
เจียงเซี่ยนเข้าใจความรู้สึกของนางได้
ก็เหมือนตอนนั้นที่นางส่งไป๋ซู่ออกเรือน กังวลว่าไป๋ซู่จะใช้ชีวิตลำบาก กังวลว่าไป๋ซู่จะเจอช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายในการคลอดลูก กังวลว่าไป๋ซู่จะรับหน้าที่ชายาซื่อจื่อจิ้นอันโหวได้หรือไม่…
“โธ่เอ๋ย!” เจียงเซี่ยนไม่อยากเศร้ากับไป๋ซู่ จึงยิ้มและเอ่ยหยอกเล่นว่า “เจ้าแก่กว่าข้า แต่กลับออกเรือนช้ากว่าข้า เจ้าต้องบอกเฉาเซวียนเป็นนัยว่าให้เขารีบเลือกวันหน่อยดีหรือไม่ เท่านี้เจ้าก็ได้แต่งงานเร็วหน่อยแล้ว!”
“ทำไมตอนนี้เจ้าถึงทำเป็นเล่นอยู่เรื่อยเหมือนเด็ก!” ไป๋ซู่อายจนหน้าแดงก่ำทั้งหน้า ความผิดหวังและความเศร้าที่เพิ่งจะผุดขึ้นมาในใจเพียงน้อยนิดมลายหายไปทันที นางอดที่จะหยิกแก้มของเจียงเซี่ยนไม่ได้
เจียงเซี่ยนหันตัว แล้วยิ้มพลางลุกขึ้นวิ่งไปข้างๆ
ไป๋ซู่อดที่จะหัวเราะไม่ได้ “เจ้ายังอยากให้ข้าไล่ตามเจ้าอีกอย่างนั้นหรือ?”
สองพี่น้องหัวเราะอย่างมีความสุ