ยิ่งดูยิ่งมีชีวิตชีวา ยิ่งดูยิ่งสมจริง
ยังไม่หมดเพียงนั้น บรรดาผู้ที่คิดลงมือกับลวี่หยาง แล้วโดนแมลงกลืนปราณฆ่าตาย แสงดาวลิขิตชีวิตของพวกเขาก็ถูกลวี่หยางเก็บกวาดมาไม่เว้น!
“ตุบ!”
ในยามนั้น บรรดาผู้ที่มิได้คิดลอบสังหารลวี่หยางด้วยความหวาดกลัวต่างพากันคุกเข่าลง มองลวี่หยางตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่าตนเองเล็กจ้อยลงเรื่อยๆ
แหงนหน้าขึ้น เห็นดั่งไม่ใช่บุรุษผู้หนึ่ง แต่คือรูปสลักเทพอันขรึมขลัง เบื้องหน้านั้น ทุกคนต่างรู้สึกราวถูกสายตาเทพจ้องมอง ก้มหน้าคุกเข่าแนบพื้น ไม่กล้าแม้แต่มองขึ้นอีกครั้ง
กายธรรมควบคุมสรรพสิ่งแห่งฟ้าดั้งเดิม!
“สำเร็จแล้ว…!”
ลวี่หยางยืนพิงภาพลวงลักษณ์สูงส่ง หลับตาพริ้มอย่างพึงใจ ไม่ว่าเหนือฟ้าจะมืดครึ้มด้วยเมฆา หรือมีอสนีคำราม เขาก็ยังรู้สึกชื่นใจดั่งจิบสุรารสรื่น
“ตำแหน่งมรรคผลมีสติปัญญา…แต่ก็โง่เง่าจริงๆ”
ลวี่หยางหัวเราะเย็น ถ้าฝ่ายโลกทับซ้อนแห่งนี้ฉลาดขึ้นอีกเพียงนิด ก็คงไม่ปล่อยให้ตนฝังแมลงกลืนปราณในกายผู้คนโดยไร้การสังเกต
ทว่าอีกฝ่ายกลับละโมบในพลังเส้นชีพแห่งพิภพของเขา อีกทั้งเห็นเขากำลังรับมือกับเมี่ยวอินเจินเหริน จึงไม่เฉลียวใจเลยว่ามีภัยคุกคาม นี่แหละคือโอกาสที่เขารออยู่ โอรสสวรรค์ในอนาคตเพียงหนึ่งก็เพียงพอให้หล่อหลอมกายธรรมได้แล้ว!
“อีกอย่าง เป็นเจ้าที่หักหลังข้าก่อน ข้าเพียงป้องกันตัวโดยชอบธรรมเท่านั้น”
ลวี่หยางถอนหายใจยาว รู้สึกได้ถึงแรงเสริมจากกายธรรมควบคุมส