ปเมืองหลวงอย่างช้าๆ ไว้ได้รับจดหมายตอบกลับจากท่านลุงแล้วค่อยคิดอีกที?”
เจียงลวี่ครุ่นคิดอยู่นานมาก แล้วจู่ๆ ก็ลุกขึ้นยืน และเอ่ยอย่างเด็ดขาดว่า “ไม่ แบบนั้นยุ่งยากเกินไป พวกเราไปต้าถง!”
เจียงเซี่ยนได้ยินก็เข้าใจทันที
ต้าถงเป็นเขตอิทธิพลของตระกูลเจียง เมื่อก่อนเจียงลวี่ยังเคยเป็นแม่ทัพโหยวจีและตอนหลังยังเคยเป็นแม่ทัพใหญ่ที่กองบัญชาการต้าถงด้วย ชาติก่อนนางก็รู้สึกใกล้ชิดกับที่นี่ ชาตินี้ได้ไปดูสักหน่อย นางก็คิดว่าไม่เลวเช่นกัน และหากร่องรอยของนางปรากฏออกมาชัดเจน ก็จะได้ประกาศว่านางตามเจียงลวี่ออกมาเที่ยวเล่น
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้” เจียงเซี่ยนสั่งให้หลิวตงเยว่ช่วยเก็บสัมภาระให้นางด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “พวกเราจะเร่งเดินทางให้เร็วขึ้นเป็นสองเท่าคืนนี้หรือว่าจะค่อยออกเดินทางพรุ่งนี้เช้ามืด?”
เวลานี้เป็นต้นยามโหย่วแล้ว เกรงว่ายังไม่ได้ลงจากเขา ฟ้าก็มืดแล้ว
“ออกพรุ่งนี้เช้ามืด!” เจียงลวี่เอ่ย “ข้ายังต้องไปทักทายเฉาเซวียนสักหน่อย”
สองพี่น้องแยกกันทำงาน
เพราะพวกชีกูต่างเป็นคนของหลี่เชียน ตอนที่เจียงเซี่ยนเก็บสัมภาระก็ให้ทั้งสามคนช่วยด้วยความใจกว้างที่ไม่มีเรื่องใดเปิดเผยไม่ได้ ดังนั้นไม่นานหลี่เชียนก็ได้ข่าวแล้ว ตอนที่เขากระหืดกระหอบมานั้น เจียงเซี่ยนก็เก็บของที่ต้องเก็บเรียบร้อยหมดแล้ว
“เป่าหนิง! เจ้าไปไม่ได้!” เขาหมุนไปรอบห้องโถง รีบจนตาแดงหมดแล้ว “เจ้าคิดว่าข้าปกป้องเจ้าไม่ได้หรือ?”