ากับท่านพ่อก็ต้องไว้หน้าเขาบ้างเช่นกัน เจ้าวางใจเถอะ ตอนนี้แค่ให้เขาชินก่อน เขาจะได้ไม่คิดว่าการได้แต่งงานกับเจ้าเป็นเรื่องง่ายๆ”
“ไม่หรอก!” เจียงเซี่ยนละอายใจ และเอ่ยว่า “ข้ายังเชื่อในตัวเขา”
อาจจะเพราะชาติก่อนพัวพันกับหลี่เชียนนานเกินไป เคยเป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่ง ในเวลาหลายปีนั้น นางคิดถึงคนๆ นี้แม้กระทั่งตอนที่กินข้าวและนอนหลับ คิดว่าเขาจะทำอะไร จึงรู้จักเขาเป็นอย่างดี ความรู้สึกบางอย่างก็แยกให้ชัดเจนได้ยากมาก
เพียงแต่เรื่องนี้นางไม่อาจบอกเจียงลวี่ได้ จึงทำได้เพียงขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่เจียงลวี่ทำเพื่อนางจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างเงียบๆ
พวกเขากำหนดแล้วว่าจะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้ามืด
คืนนี้เจียงลวี่ไม่ได้มาหาเจียงเซี่ยน
ทว่าหลี่เชียนก็ไม่ปรากฏตัวเช่นกัน
กลับเป็นเจียงเซี่ยนที่คิดว่าหลี่เชียนจะมาอำลานาง จึงรอเขาจนถึงเที่ยงคืนถึงจะหลับไปอย่างสะลืมสะลือ
พอตื่นมาวันรุ่งขึ้น ชีกูที่ตักน้ำและช่วยหวีผมกับล้างหน้าให้นางก็บอกนางว่า “นายท่านมาตั้งแต่ฟ้าเพิ่งจะสว่างแล้วเจ้าค่ะ แต่ห้ามไม่ให้พวกเราปลุกท่าน”
เจียงเซี่ยนให้เซียงเอ๋อร์ชงชาให้หลี่เชียน หลังจากนางหวีผม ล้างหน้า และเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ไปพบหลี่เชียน
ยังเช้าอยู่ ระหว่างภูเขาเกิดทะเลหมอกชั้นหนึ่งบางๆ ราวกับผ้าไหม งดงามมาก
หลี่เชียนนั่งรอนางอยู่บนม้าหินใต้ค้างองุ่น
เจียงเซี่ยนเห็นว่ามีน้ำค้างอยู่บนผมเขา จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ในภูเขาอาก