ูกน้องเก่าของท่านพ่อ อย่างไรตระกูลของพวกเราก็กำลังอยู่ในช่วงเวลาแต่งตั้งและใช้งานผู้มีความสามารถ จึงไม่เหมาะที่จะล่วงเกินเขา”
“ข้าไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีของหวังไหวอิ๋น แต่เขากลับโน้มน้าวท่านพ่อได้แล้ว ข้าจึงตัดสินใจฉวยโอกาสนี้ส่งเขาไปเตรียมของขวัญให้เฉาเซวียนที่เมืองหลวง เขาจะได้ไม่ส่งเสียงรบกวนข้างหูข้าทุกวัน”
หลี่เชียนไม่ใช่คนที่ถูกรังแกแล้วจะฝืนอดทน ทว่าหวังไหวอิ๋นกลับทำให้เขายอมถอย ทั้งสองคนต้องเข้ากันไม่ได้อย่างแน่นอน
ส่วนติงหลิวนั้น เจียงเซี่ยนยังจำได้
เขาเป็นลูกศิษย์ของสยงจวิ้นหรงอาจารย์ของจ้าวอี้ และเป็นคนบ้านเดียวกับฝู่เฉิงพ่อตาในอนาคตของเจียงลวี่
ก่อนนางตาย ติงหลิวดำรงตำแหน่งรองเสนาดีกรมโยธา
เป็นหนึ่งในขุนนางที่จะเลือกให้เป็นราชเลขาธิการแห่งสำนักราชเลขาธิการ
เป็นคนที่จัดการความสัมพันธ์ทางสังคมได้ดีมาก และความสัมพันธ์กับคนอื่นในราชสำนักก็ดีมาก หลังจากจ้าวอี้ตาย เขาก็ปิดประตูอ่านหนังสืออยู่ในบ้าน สยงจวิ้นหรงที่ไม่เคยเข้ามาก้าวก่ายงานของราชสำนักเคยพาติงหลิวมาเยี่ยมเยียนเจียงลวี่ด้วยตนเองอย่างมีมารยาทและยิ่งใหญ่ เพื่อให้เขาได้เข้าสำนักราชเลขาธิการและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัครมหาเสนาบดี
“เขาเข้าทางติงหลิวนะ!” เจียงเซี่ยนเตือนและแนะนำหลี่เชียนว่า “โชคชะตาในการเป็นขุนนางของติงหลิวไม่เลวทีเดียว อย่างน้อยที่สุดเขาก็ยังต้องอยู่ซานซีไปอีกสามปี หากเจ้าอยากจัดการตระกูลซุน ก็ทำความรู้