ว่ารับประทานอาหารเช้ามาหรือยัง
หลี่เชียนไม่ทำหน้าทะเล้นและล้อนางเล่นเหมือนเมื่อก่อน ทว่ายืนจ้องนางนิ่งอยู่ตรงนั้นอย่างไม่วางตาด้วยสีหน้าแปลกๆ
เจียงเซี่ยนเห็นแล้วก็รู้สึกเพียงปวดหน้าผาก และเอ่ยอย่างไม่มีแรงว่า “นี่เจ้าเป็นอะไรไปอีก?”
หลี่เชียนมองนางอย่างแน่วแน่โดยไม่เอ่ยสิ่งใด ในสายตามีความน้อยใจ ความซาบซึ้ง ความหลงใหล และความปวดใจ…ปะปนกันมากมายจนทำให้เจียงเซี่ยนอึดอัดเล็กน้อย
นางจำเป็นต้องไอเบาๆ ครั้งหนึ่ง และเอ่ยว่า “เมื่อคืนเจ้าบอกว่ามีเรื่องจะบอกข้าไม่ใช่หรือ? เจ้าอยากบอกอะไรข้า?”
หลี่เชียนเหมือนคนที่อยู่ในความฝันและตกใจตื่นอย่างกะทันหัน จู่ๆ ก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วจับแขนของเจียงเซี่ยนและยกเจียงเซี่ยนขึ้นทันที
“ว้าย!” แม้จะไม่เจ็บ แต่การห้อยอยู่กลางอากาศจะทำให้คนรู้สึกไม่ปลอดภัย นางอดที่จะร้องอย่างตกใจไม่ได้ อยากจับอะไรไว้หน่อย ทว่าแขนกลับถูกหลี่เชียนใช้กำลังจำกัดไว้จนขยับไม่ได้
“เป่าหนิง! เป่าหนิง!” หลี่เชียนยกนางขึ้นและหมุนไปรอบห้องสองรอบ หมุนจนเจียงเซี่ยนเวียนศีรษะและตาลาย และเอาแต่ร้องว่า “เจ้ารีบปล่อยข้าลง! เป็นบ้าอะไรอีก”
หลี่เชียนไม่ฟังนาง และหัวเราะเสียงดัง แล้ววางเจียงเซี่ยนลงบนเตียงอรหันต์ที่นางนั่งก่อนหน้านี้ และคุกเข่าข้างเดียวลงตรงหน้านาง และจับมือของนางไว้ไม่ปล่อย “เป่าหนิง! ขอบคุณ! ขอบคุณที่เจ้าเลือกข้า ข้าจะไม่ทำให้เจ้าผิดหวังอย่างแน่นอน ข้าจะดีกับเจ้าให้มา