“บัดซบ!” หลี่เชียนสบถ พลางเด้งตัวขึ้นมาและจะออกไป “เหตุใดเขาถึงย้อนกลับมาเร็วขนาดนี้? เจ้าคนสารเลวจงเทียนอี้บอกว่าวิชาตัวเบาของเขาจัดอยู่ในสามอันดับแรกของยุทธภพไม่ใช่หรือ?” แล้วก็หันกลับมากำชับเจียงเซี่ยนว่า “เป่าหนิง เดี๋ยวข้ามาหาเจ้าอีกที! ข้ายังพูดเรื่องที่อยากบอกเจ้าไม่จบเลย!”
คนๆ นี้ไม่มีช่วงเวลาที่ทำตัวเรียบร้อยเลย!
เจียงเซี่ยนถลึงตาใส่เขาทีหนึ่ง และเอ่ยว่า “มีเรื่องอะไรพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน พวกเจ้าไปๆ มาๆ แบบนี้ ยังจะให้คนนอนหรือไม่!”
“ได้ ได้ ได้” หลี่เชียนเชื่อฟังทุกอย่าง “เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าค่อยมาคุยกับเจ้า” เขาเปิดหน้าต่างและกระโดดออกไป ไม่นานก็หายไปท่ามกลางทิวทัศน์ยามราตรี
เจียงลวี่พาคนวิ่งเข้ามาสองสามคน พอเห็นหน้าต่างของห้องด้านในที่เปิดอยู่ก็โกรธจนหน้าเขียว และถามเจียงเซี่ยนว่า “เจ้าคนสารเลวหลี่เชียนได้มาที่นี่หรือไม่?”
เจียงเซี่ยนหาวอย่างเกียจคร้านครั้งหนึ่ง และเอ่ยว่า “พวกท่านมีบุญคุณและความแค้นอะไรเป็นเรื่องของพวกท่าน อย่าทำให้ข้าเดือดร้อนไปด้วย ข้าจะไปนอนแล้ว มีเรื่องอะไรพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน และท่านก็อย่ามาหาข้าอีก นี่ฟ้าจะสว่างแล้ว ท่านยังจะพักผ่อนหรือไม่? ท่านจะกลับเมืองหลวงพรุ่งนี้ไม่ใช่หรือ? แบบนี้ท่านจะไหวหรือ?”
เจียงลวี่โกรธจัด และเอ่ยว่า “แล้วนี่ข้าทำเพื่อใคร?”
เจียงเซี่ยนจำเป็นต้องประนีประนอม จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้ารู้ว่าท่านพี่ทำเพื่อข้า แต่วันนี้ทุกคนเหนื่