็นชนชั้นล่าง!
เขารีบส่งสายตาถ่อมตัวและวิงวอนไปให้หลี่เชียน หวังเพียงว่าจะลดความโกรธของหลี่เชียนได้สักเล็กน้อย
หลี่เชียนไม่ได้ใส่ใจอย่างสิ้นเชิง
คนอื่นมอบลูกสาวที่เลี้ยงมาจนโตอย่างยากลำบากให้เขาแล้ว ถูกพี่ชายของภรรยากลั่นแกล้งแค่นี้จะเป็นอะไรไป?
คิดว่าตอบแทนบุญคุณที่เลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนแทนเจียงเซี่ยนไปแล้วกัน!
เขาเอ่ยอย่างมีน้ำใจต่อ แม้เจียงลวี่จะเย็นชาใส่เขาก็ตาม “นี่เป็นความสะเพร่าของข้า ข้าจะให้คนตั้งโต๊ะให้ท่านหญิงเดี๋ยวนี้” แล้วก็เอ่ยกับหลิวตงเยว่ว่า “หากท่านหญิงต้องการอะไร เจ้ายังไปหาอวิ๋นหลินได้โดยตรงเหมือนเดิม”
หลิวตงเยว่ขานว่า “ขอรับ” อย่างซาบซึ้งใจ แล้วยืนอยู่ข้างกายเจียงเซี่ยนอย่างนอบน้อมพร้อมทำตามคำสั่งตลอดเวลา ไม่กล้าเชิญเจียงเซี่ยนกลับห้องไปเอง
เจียงเซี่ยนเห็นเจียงลวี่โวยวายแบบนี้ ก็รู้สึกดีขึ้นหน่อยในที่สุด จึงกำชับเจียงลวี่เสียงเบาสองสามคำว่า “ดื่มเหล้าน้อยๆ หน่อย” “หลายวันนี้เร่งเดินทางเหน็ดเหนื่อยมากแล้ว คืนนี้ก็พักผ่อนให้มาก” แล้วลุกขึ้นยืน และเข้าไปในห้องโถงตรงประตูใหญ่ด้วยท่าทางเหมือนต้นสน โดยไม่มองหลี่เชียนแม้แต่นิดเดียว
จริงๆ เลย!
อย่าว่าแต่คุยสักคำเลย นางไม่ชายตามองเขาแม้แต่นิดเดียวด้วยซ้ำ
เป่าหนิงต้องกังวลว่าเจียงลวี่อยู่ด้วยอย่างแน่นอน
คนอื่นต่างกลัวว่าลูกสาวแต่งไปอยู่บ้านสามีแล้วจะใช้ชีวิตลำบาก จึงพยายามประจบประแจงลูกเขย แต่พี่ชายของภรรยาของเขากลับไม่เห็