ี่ตกใจมาก ไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอีก จึงรีบเอ่ยว่า “อาเซี่ยว เกิดอะไรขึ้น?”
จ้าวเซี่ยวไม่มองเจียงลวี่แม้แต่นิดเดียว เขาแลดูโกรธจัด แล้วจู่ๆ ก็ก้มตัวออกแรงฉีกชายเสื้อคลุมโยนไปทางหลี่เชียน เสียงแหบแห้งและหม่นหมอง “หลี่เชียน ตั้งแต่นี้ไปข้ากับเจ้าตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างเด็ดขาด และอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!” เขาพูดจบก็ลงจากเขาไปทันทีเหมือนที่จู่ๆ เขาก็ปรากฏตัวบนภูเขา
เจียงลวี่แปลกใจ และจำต้องถามหวังจ้าน “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
แต่หวังจ้านกลับเบือนหน้าทางอื่น หลบสายตาของเจียงลวี่ และตอบพึมพำว่า “เจียหนานให้ข้าคุ้มกันจ้าวเซี่ยวกลับเมืองหลวง ท่านพี่อาลวี่ ข้าขอตัวก่อน! มีเรื่องอะไร พวกเรากลับเมืองหลวงค่อยว่ากัน” แล้วเอ่ยกับองครักษ์ที่ตามพวกเขามาเสียงดังว่า “หลี่เหว่ย พวกเจ้าอยู่ฟังซื่อจื่อเจิ้นกั๋วกงสั่งการ ที่เหลือ…ตามข้าคุ้มกันซื่อจื่อจิ้งไห่โหวกลับเมืองหลวง” แล้วหันตัวเดินตามจ้าวเซี่ยวไปอย่างรวดเร็วเหมือนหนี
เจียงลวี่ตามไป
ทว่าตามไปไม่กี่ก้าว เขาก็คิดถึงเจียงเซี่ยน จึงจำเป็นต้องหยุดฝีเท้า แล้วกระทืบเท้าอย่างหงุดหงิดและสั่งหลี่เหว่ยว่า “ดูแลซื่อจื่อให้ดี!”
พวกหลี่เหว่ยขานรับและลงจากเขา
แต่คนของหลี่เชียนกลับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
หลี่เชียนเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
ทว่าเจียงลวี่กลับโกรธจนหน้าเขียว
ส่วนจงเทียนอี้มีความสุขกับความทุกข์ของคนอื่น เขาใช้เสียงที่ทุกคนสาม