จิตกะใจกวนเจียงลวี่กับจ้าวเซี่ยวแล้วจริงๆ เขาหยิกตนเองสองที ถึงรู้สึกว่าสมองปลอดโปร่งขึ้นอีกนิด จึงถือโอกาสใช้ชื่อของคนอื่นมายกระดับตนเองเสียเลย โดยเอ่ยว่า “ข้ามาพบเจียหนานตามพระประสงค์ของไทฮองไทเฮา เรื่องนี้เจิ้นกั๋วกงก็ทราบเช่นกัน ผู้อาวุโสทั้งสองต่างให้ข้ามอบราชโองการให้เจียหนานโดยตรง” แล้วเขาก็เอ่ยกับเจียงลวี่อีกว่า “อาลวี่ เจียหนานถูกฝ่าบาทพระองค์ก่อนอุ้มให้นั่งในตำหนักจินหลวนและใช้ตราประทับของฝ่าบาทประทับตราฎีกาเล่นมาตั้งแต่เด็ก เจ้าคิดว่านางจะไม่รู้ว่าของในมือข้าเป็นพระราชโองการหรือพระราชเสาวนีย์กันแน่หรือ? ยิ่งกว่านั้นหลังจากพบเจียหนานแล้ว ในพระราชโองการเขียนว่าอย่างไร หากไม่ให้พวกเจ้าดู พวกเจ้าจะปฏิบัติตามคำพูดเพียงไม่กี่คำของข้าหรือ?”
‘นี่ก็เพราะข้ากลัวว่าเจ้าจะมาแทนเฉาไทเฮา แล้วใช้คำพูดจอมปลอมที่น่าฟังมาหลอกลวงและโน้มน้าวให้เจียงเซี่ยนปล่อยหลี่เชียนไปไม่ใช่หรือ?’ เจียงลวี่เผลอคิดไป คำพูดมาถึงริมฝีปากแล้วยังดีที่กลืนลงไปทัน
หากเขาโวยวายแบบนี้ ไม่ว่าใครก็จะเดาได้ว่าเจียงเซี่ยนหนีตามหลี่เชียนมา
เช่นนี้จะให้จ้าวเซี่ยวเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
เขาเม้มปากจนเป็นเส้นตรง
แต่หวังจ้านกลับรู้สึกว่าเฉาเซวียนพูดมีเหตุผล เขาคิดว่าเจียงเซี่ยนไม่ใช่ผู้หญิงที่โง่เขลา ต่อให้เฉาเซวียนมีเจตนาร้าย เจียงเซี่ยนก็ไม่ได้หลอกง่ายขนาดนั้นเช่นกัน เขาจึงไม่พูดอะไรทั้งนั้นเหมือนกับเจียงลวี่
ทว่าจ้าวเซี่ยวกล