ตาของลวี่หยางกลับเห็นว่าเป็นเรื่องปกติอย่างยิ่ง เพราะแม้ความคลั่งก็ไม่อาจทำให้คนไร้ความกลัวตายได้ ทว่า…ความศรัทธาทำได้
ลวี่หยางเดินออกจากศาลาชา มองไปยังเมี่ยวอินเจินเหริน
“หยวน……พวกเราน่าจะเข้าใจผิดกันนะ?”
เมี่ยวอินเจินเหรินเห็นดังนั้นก็ฝืนยิ้มออกมา ทว่าภายใต้สภาพผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เลือดเปรอะเปื้อนทั้งตัว ต่อให้ยิ้มแย้มเพียงใดก็แลดูน่าเวทนา
“มิมีความเข้าใจผิด”
ลวี่หยางมีสีหน้าเรียบเฉย เดินไปยังเบื้องหน้าของเมี่ยวอินเจินเหริน “ในเมื่อฮูหยินคิดจะฆ่าข้า ข้าตอบโต้คืนก็นับว่าสมเหตุสมผลไม่ใช่หรือ?”
“ข้าคิดจะสังหารเจ้าเมื่อใดกัน…”
เมี่ยวอินเจินเหรินแน่นอนว่าไม่อาจยอมรับ รีบส่ายหน้ากล่าวทันที “ต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ๆ ถ้าไม่เชื่อ…เจ้าสามารถถ่ายพลังจากข้าได้ ข้ารู้ว่าเจ้าทำเป็น”
“ถ่ายพลังจากข้า แล้วเจ้าจะรู้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ”
เสียงของเมี่ยวอินเจินเหรินอ่อนแรง นางไม่ขัดข้องหากถูกถ่ายพลัง ขอเพียงได้รอดชีวิต อีกทั้งยังมีเคล็ดลับลึกลับบทหนึ่ง ที่สามารถกลับสู่สถานะเหนือกว่าในระหว่างการถ่ายพลัง…
ลวี่หยางเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ลุกขึ้นยืน
ทว่าในขณะที่เมี่ยวอินเจินเหรินคิดว่าเขาจะถ่ายพลังจากนาง ลวี่หยางกลับชักกระบี่ออกมา ฟันเพียงฉับเดียว ฟันศีรษะงามนั้นขาดสะบั้นตกลง
“คิดว่าหญิงงามจะล่อลวงข้าได้จริงรึ?”
แต่แรก ลวี่หยางก็ไม่ได้คิดจะถ่ายพลังจากเมี่ยวอินเจินเหริน มิเช่นนั้นด้วยนิสัยที่ไม่ชอบสิ้นเปลืองข