พราว เหมือนกิ่งหลิวที่พลิ้วไหวไปตามสายลม หลี่เชียนท่าทางเรียบง่าย ทว่ากลับมีความซื่อตรงและฮึกเหิม เต็มไปด้วยมาดของชายชาตรี
คนหนึ่งได้ชัยชนะด้วยไหวพริบ อีกคนก็ต่อสู้กันด้วยกำลัง
อีกไม่นานผลก็จะปรากฏออกมาว่าผู้ใดจะชนะหรือแพ้
เจียงเซี่ยนนิ่งเงียบ และปรายตาไปมองหวังจ้านกับจงเทียนอี้ที่อยู่ไม่ไกลจากหลี่เชียนกับเจียงลวี่
จงเทียนอี้เหมือนผีเสื้อที่เต้นรำหมุนวนไปรอบๆ รูปร่างงดงาม เขากระโจนใส่หวังจ้านตลอด สีหน้าผ่อนคลาย ทางหวังจ้านปิดปากสนิท สีหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ทุกครั้งที่จงเทียนอี้กระโจนใส่ เขาก็ทำได้เพียงยกดาบรับอย่างกินแรง ค่อนข้างลำบากทีเดียว
ส่วนพวกอวิ๋นหลิน หากจะบอกว่าอันตราย ในพวกเขาก็ไม่มีคนที่ได้รับบาดเจ็บจนล้มลงไปกองกับพื้นสักคน และไม่มีใครตาย หากจะบอกว่าสบาย แต่บนตัวพวกเขาทุกคนก็มีบาดแผลไม่มากก็น้อย ยากจะประเมินได้ว่าใครจะแพ้หรือชนะ
นางเห็นนักยิงหน้าไม้แถวนั้นที่ขวางอยู่หน้าประตูของห้องโถงตรงประตูใหญ่
หากนางเรียกตอนนี้ หลี่เชียนจะพลั้งมือทำร้ายเจียงลวี่หรือไม่? นักยิงหน้าไม้เหล่านี้จะยิงลูกศรออกไปสักดอกตามอำเภอใจเพราะมีคนตกใจหรือไม่?
เจียงเซี่ยนไม่กล้าขยับตัว
แต่จะให้นางอยู่เฉยดูพวกเขาสู้ต่อไปแบบนี้ ก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน
นางเรียกปิงเหอมา และถามเขาเสียงเบา “ตอนนี้ใครได้เปรียบ?”
เรื่องนี้จะบอกได้อย่างไร!
ผู้คุ้มกันกับองครักษ์เหล่านั้น แน่นอนว่าคนที่พวกเขาพามาเก่งกาจแล้ว