ี่เขาตัดสินผิด ทว่าไม่นานเขาก็ยับยั้งความรู้สึกแปลกๆ นี้เอาไว้ได้ และเอ่ยต่อว่า “คนที่ข้าพามาล้วนเป็นยอดฝีมือในกองทัพ การรวมตัวเป็นกองทัพและการวางแผนไม่มีปัญหา แต่การต่อสู้ตัวต่อตัวต้องไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาอย่างแน่นอน ข้าสู้กับหลี่เชียนเอง เดี๋ยวเจ้ารับผิดชอบจัดการคนที่ชื่ออวิ๋นหลิน ฝีมือของเขากับเจ้าพอๆ กัน ส่วนคนอื่นก็ตะลุมบอน หาใครก็ได้สักสองสามคนกวนคนที่แซ่จงเอาไว้ก็พอ เพียงแค่ข้ากับหลี่เชียนตัดสินแพ้ชนะได้ การต่อสู้นี้ก็ตัดสินแพ้ชนะได้แล้ว เจ้าอย่าคิดว่าชนะทุกคนได้ คอยจับตาดูคนที่แซ่จงหรือหลี่เชียนเอาไว้”
หวังจ้านรู้ว่าฝีมือของตนเองสู้เจียงลวี่ไม่ได้ และกรีธาทัพทำสงครามก็สู้เจียงลวี่ไม่ได้เช่นกัน แม้จะรู้สึกโกรธเคือง ทว่าก็ยังพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง และเอ่ยว่า “ข้าเชื่อฟังท่านพี่อาลวี่”
หลังจากเจียงลวี่จัดการน้องชายที่อาจจะระเบิดได้ตลอดเวลาเหมือนประทัดเรียบร้อยแล้ว ก็โล่งอกเป็นอย่างมาก และเดินออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว
หวังจ้านเหลือบมองหลี่เชียนครั้งหนึ่งอย่างโมโห และเดินตามเจียงลวี่ออกไปจากห้องโถงตรงประตูใหญ่อย่างว่องไว
หลี่เชียนเงยหน้าขึ้น และหรี่ตาเพ่งมองภาพเงาด้านหลังของหวังจ้าน สีหน้าหม่นหมอง