ยุทธกันเสียหน่อย ยังต้องแยกแยะคู่ต่อสู้และใช้จุดเด่นของตนเองรับมือกับจุดอ่อนของคู่ต่อสู้เพื่อให้ได้ชัยชนะที่นี่ด้วยอย่างนั้นหรือ?
เจียงลวี่เงยหน้าปรายตามองหลี่เชียน
แต่หลี่เชียนกลับรู้สึกอบอุ่น
เวลาเป่าหนิงโกรธ ก็ชอบมองคนแบบนี้เหมือนกัน
เหมือนแมวที่เย่อหยิ่งตัวหนึ่ง ทว่าสิ่งที่พูดออกมากลับทุบคนตายได้
นี่เป็นสิ่งที่สืบทอดกันมาในตระกูลเจียงของพวกเขาอย่างนั้นหรือ?
เขายิ้มเล็กน้อย และถอดเสื้อคลุมที่นักบวชลัทธิเต๋าสวมด้านนอก เผยให้เห็นชุดผู้ชายที่เป็นเสื้อกับกางเกงผ้าเนื้อหยาบด้านใน
เห็นได้ชัดว่าเตรียมมาล่วงหน้าเช่นกัน
เจียงลวี่รู้สึกผิดหวังมาก
หลี่เชียนรอให้ลาภลอยมาหาโดยไม่ลงแรงเอง ล่อพวกเขามาตลอดทาง เขาก็รู้ว่าพวกเขาไม่สามารถพาเป่าหนิงไปได้ง่ายขนาดนั้น
แต่หลี่เชียนกลับยังคงสงบนิ่งได้ในขณะที่เขาเยาะเย้ยและเสียดสีอย่างเจ็บแสบและโหดร้าย นี่ก็ไม่ธรรมดามากแล้ว…หรือว่าเขายังมีที่พึ่งอะไรอีกอย่างนั้นหรือ?
เจียงลวี่กำชับหวังจ้านเสียงเบา “เจ้าอย่าวู่วาม คนที่แซ่จงข้างกายหลี่เชียนนั่นหากข้าดูไม่ผิด ก็เป็นยอดฝีมือเหมือนกัน และยังเป็นยอดฝีมือของยุทธภพ แบบที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ตัวต่อตัวเป็นพิเศษ น่าจะเป็นคนที่หลี่เชียนเชิญมาช่วยรบ ก่อนหน้านี้ข้าคิดไม่รอบคอบ คิดว่าเขาจะหนีหัวซุกหัวซุนไปตลอด คิดไม่ถึงว่าเจ้าหมอนี่จะกล้ารอพวกเราอยู่ที่นี่…” เจียงลวี่เอ่ยถึงตรงนี้ ก็โกรธเล็กน้อย นี่เป็นครั้งที่สองแล้วท